Dashboard · generated 2026-08-14 11:53 UTC

วันนี้คลังรู้อะไรเพิ่ม

สรุปข่าว AI ภาษาไทยส่งถึงมือทุกเช้า ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเพื่อนใน LINE →
Wiki pages
54
ความรู้ที่ยืนยันแล้ว
Quiz วันนี้
9
ข้อ · จากข่าววันที่ 2026-08-14
AI News ล่าสุด
20
ข่าว · 2026-08-14
■ AI News ล่าสุด · 2026-08-14
Models

Google ปล่อย Gemini 3.7 Flash ขึ้นใช้งานจริง พร้อมราคาที่จะกลับสู่ระดับมาตรฐานเท่าตัวในวันที่ 1 ม.ค. 2027

Google เปิดตัว Gemini 3.7 Flash อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2026 โดยวางตำแหน่งเป็นโมเดลสำหรับงานเขียนโค้ดและงาน agent เรียกมันในหน้าประกาศว่า "our most intelligent workhorse model yet for coding and agents" รับบริบทได้หนึ่งล้านโทเคนและตอบยาวได้สูงสุด 64,000 โทเคน เปิดพร้อมกันทั้งบน Gemini API, Google AI Studio, Android Studio, แพลตฟอร์มสำหรับองค์กร และผู้ใช้ทั่วไปที่สมัครแพ็กเกจ AI Pro หรือ Ultra ในกว่า 160 ประเทศ

ตัวเลขที่บริษัทเปิดเทียบกับรุ่น 3.6 Flash คือคะแนนงานเขียนโค้ดขยับจาก 34.4 เป็น 43.6 งานแก้ไขซอฟต์แวร์จาก 49.0 เป็น 65.3 งานพัฒนาเว็บวัดเป็นคะแนน Elo จาก 1538 เป็น 1588 และงานอัตโนมัติในระบบธุรกิจจริงจาก 17.0 เป็น 30.4

ฝั่งผู้วัดอิสระมีตัวเลขออกมาแล้วในวันเดียวกัน โดย Artificial Analysis วัดคะแนนรวมได้ 56 สูงกว่ารุ่น 3.6 Flash ที่ 52 แต่ยังตามหลัง GPT-5.6 Terra และ Muse Spark 1.2 ที่ทำได้ 57 เท่ากัน ซึ่งแปลว่าการขยับรุ่นครั้งนี้ทำให้ไล่ขึ้นมาใกล้กลุ่มนำ แต่ยังไม่แซง

เรื่องที่ต้องอ่านให้ตรงที่สุดคือราคา ค่าใช้จ่ายขาเข้าอยู่ที่ 0.75 ดอลลาร์ต่อล้านโทเคนและขาออก 3.75 ดอลลาร์ โดยหน้าราคาเขียนกำกับเองว่าเป็นราคาถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2026 จากนั้นจะขึ้นเป็น 1.50 และ 7.50 ดอลลาร์ ข้อควรระวังที่สำคัญคือประโยคของ Google ที่ว่าราคานี้เป็นครึ่งหนึ่งของราคาที่ 3.6 Flash เปิดตัวไว้ตอนแรกนั้นเป็นความจริงเฉพาะเมื่อเทียบกับราคาเปิดตัวเดิม เพราะวันนี้หน้าราคาแสดง 3.6 Flash อยู่ที่ 0.75 และ 3.75 ดอลลาร์เท่ากันทุกช่อง การย้ายจากรุ่นเก่ามารุ่นใหม่จึงไม่ได้ทำให้ค่าใช้จ่ายลดลงด้วยตัวมันเอง และทั้งสองรุ่นจะกลับไปที่ 1.50 และ 7.50 ดอลลาร์พร้อมกันในวันที่ 1 ม.ค. 2027

ทำไมต้องรู้ · ราคาเปิดตัวที่ถูกเป็นพิเศษพร้อมวันหมดอายุที่เขียนไว้ชัดเจน กำลังกลายเป็นวิธีตั้งราคามาตรฐานของวงการนี้ และกับดักที่ตามมาคือคนมักอ่านว่าราคาจะขึ้น ทั้งที่จริงคือราคากำลังกลับสู่ระดับปกติหลังหมดช่วงโปรโมชัน สิ่งที่คนวางงบควรทำคือจดวันที่ราคาจะเปลี่ยนไว้ในปฏิทินตั้งแต่วันแรกที่เลือกใช้ และคำนวณงบด้วยราคาหลังหมดโปรเสมอ เพราะการย้ายระบบที่สร้างเสร็จแล้วไปโมเดลอื่นแพงกว่าการรู้ล่วงหน้ามาก

OpenAI เปิดโหมดที่รันโมเดลตัวเดิมให้เร็วขึ้นสิบสี่เท่าโดยย้ายไปรันบนฮาร์ดแวร์ของ Cerebras

OpenAI เปิดบริการชั้นใหม่ชื่อ Ultrafast เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2026 ซึ่งรัน GPT-5.6 Sol บนฮาร์ดแวร์ของ Cerebras แทนเครื่องปกติ ทำความเร็วขาออกได้สูงสุด 750 โทเคนต่อวินาที โดยบริษัทระบุว่าเร็วกว่าการประมวลผลแบบมาตรฐาน 14 เท่า

ตัวเลขที่ Cerebras เปิดเพิ่มคือเมื่อเอาไปทำข้อสอบระดับปริญญาเอก 2,500 ข้อ ใช้เวลา 11 ชั่วโมง 11 นาที เทียบกับโมเดลคู่แข่งที่ใช้ 78 ชั่วโมง 27 นาที ส่วนงานที่ใกล้เคียงงานจริงมากกว่านั้นวัดได้เร็วขึ้น 5.6 เท่าเมื่อนับตั้งแต่ต้นจนจบ

ข้อควรระวังมีสามข้อ ข้อแรกคือตัวเลข 14 เท่ากับ 5.6 เท่าเป็นคนละหน่วยกัน อันแรกวัดความเร็วการพิมพ์สูงสุด อันหลังวัดเวลาที่งานทั้งชิ้นเสร็จ ใครจะอ้างต้องระบุด้วยว่าเทียบกับอะไร ข้อสองคือตัวเลขเปรียบเทียบทั้งหมดมาจาก Cerebras ซึ่งเป็นคู่ค้าที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากดีลนี้ ไม่ใช่ผู้วัดอิสระ ข้อสามคือยังไม่มีการประกาศราคาเลยแม้แต่ตัวเดียว และเปิดให้เฉพาะลูกค้ากลุ่มที่คัดเลือกไว้ก่อน

เสียงที่คมที่สุดในกระทู้คือการตั้งข้อสังเกตว่าการตอบคำถามอิสระ 2,500 ข้อเป็นงานที่แบ่งไปทำพร้อมกันได้อยู่แล้ว จึงพิสูจน์ความเร็วแบบเรียงลำดับไม่ได้ กับอีกเสียงที่ชี้ว่าการย้ำคำว่าไม่มีการลดคุณภาพซ้ำๆ แทนที่จะบอกตรงๆ ว่าเป็นโมเดลเดียวกันเป๊ะ เป็นถ้อยคำที่น่าสงสัยในตัวมันเอง

ทำไมต้องรู้ · ความเร็วในการพิมพ์ตัวอักษรกับเวลาที่งานเสร็จจริงเป็นคนละเรื่องกัน ถ้างานของคุณมีขั้นตอนที่ต้องรอผลจากระบบอื่นหรือรอการทดสอบ การเพิ่มความเร็วของโมเดลอย่างเดียวจะไม่ทำให้งานเสร็จเร็วขึ้นตามสัดส่วนนั้น วิธีดูว่าคุ้มไหมคือจับเวลางานจริงของตัวเองก่อนว่าเวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการรอโมเดลพิมพ์จริงหรือเปล่า

DeepSeek ขึ้นราคา API ครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัท ตั้งแต่ 52% ไปจนถึงกว่าสิบเอ็ดเท่า มีผล 16 ส.ค. (ต่อเนื่องจาก 2026-08-13)

DeepSeek ประกาศเมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2026 ว่าจะเปลี่ยนวิธีคิดเงินเป็นแบบแบ่งตามช่วงเวลา โดยมีผลวันที่ 16 ส.ค. 2026 เวลา 16:00 ตามเวลามาตรฐานสากล หรือ 23:00 น. เวลาไทย นี่คือการลงรายละเอียดของประกาศเดิมที่บริษัทเคยเขียนไว้ว่าจะขึ้นราคาอย่างมีนัยสำคัญโดยไม่ระบุวัน และตอนนี้ประกาศเตือนแบบกว้างนั้นถูกถอดออกจากหน้าราคาแล้ว เพราะถูกแทนที่ด้วยตัวเลขจริง

ตัวเลขของรุ่น V4 Pro คิดต่อล้านโทเคน ราคาปัจจุบันขาเข้าที่ไม่โดนแคชอยู่ที่ 0.435 ดอลลาร์และขาออก 0.87 ดอลลาร์ หลังวันที่ 16 ส.ค. ช่วงนอกเวลาเร่งด่วนจะเป็น 0.66 และ 1.98 ดอลลาร์ ส่วนช่วงเร่งด่วนจะเป็น 1.32 และ 3.96 ดอลลาร์ แปลว่าค่าขาออกแพงขึ้น 128% ในช่วงที่ถูกที่สุด และ 355% ในช่วงที่แพงที่สุด

จุดที่ขึ้นแรงที่สุดคือขาเข้าที่โดนแคช ซึ่งเป็นส่วนที่งาน agent พึ่งมากที่สุดเพราะต้องอ่านคำสั่งเดิมซ้ำทุกครั้ง ราคาขยับจาก 0.003625 ดอลลาร์เป็น 0.022 ดอลลาร์ในช่วงนอกเวลาเร่งด่วน และเป็น 0.044 ดอลลาร์ในช่วงเร่งด่วน คือแพงขึ้นราวสิบสองเท่าหรือกว่า 1,100%

สิ่งที่ต้องอ่านให้ตรงที่สุดคือคำว่าราคานอกเวลาเร่งด่วนเท่ากับครึ่งหนึ่งของราคาช่วงเร่งด่วนนั้นเป็นความจริง แต่ไม่ได้แปลว่าเป็นส่วนลด เพราะราคานอกเวลาเร่งด่วนยังแพงกว่าราคาที่จ่ายกันอยู่วันนี้ทุกรายการ ช่วงเวลาเร่งด่วนที่บริษัทกำหนดคือ 01:00 ถึง 04:00 และ 06:00 ถึง 10:00 ตามเวลามาตรฐานสากล ซึ่งออกแบบจากเวลาทำงานของจีน แต่เมื่อแปลงเป็นเวลาไทยจะตรงกับ 08:00 ถึง 11:00 และ 13:00 ถึง 17:00 คือทับกับเวลาทำงานของคนไทยเกือบเต็มวัน

ประกาศเดียวกันยังระบุว่ารุ่น V4 Pro ขึ้นสถานะเปิดใช้งานทั่วไปครบทั้งแอป เว็บ และ API แล้ว รองรับรูปแบบ Responses API ของ OpenAI ได้โดยตรง และทั้ง V4 Pro กับ V4 Flash เพิ่มระดับความพยายามในการคิดให้เลือกสามระดับ

ทำไมต้องรู้ · ส่วนต่างราคาระหว่างโมเดลจีนกับโมเดลอเมริกันที่เคยห่างกันหลายเท่า กำลังแคบลงอย่างรวดเร็วจากฝั่งจีนเอง ใครที่ย้ายงานประจำไปพึ่งโมเดลนี้เพราะราคาถูก ควรคำนวณใหม่ทั้งหมดก่อนวันเสาร์นี้ โดยเฉพาะงาน agent ที่อ่านคำสั่งเดิมซ้ำบ่อย เพราะเป็นส่วนที่โดนหนักที่สุด บทเรียนที่ใหญ่กว่าตัวเลขคือราคาที่ผู้ขายประกาศว่าจะขึ้น มักขึ้นจริงและขึ้นแรงกว่าที่คนเดา การวางระบบให้ย้ายผู้ให้บริการได้จึงมีค่ามากกว่าการเลือกเจ้าที่ถูกที่สุดในวันนี้

Tools

วันนี้เป็นวันที่ Claude Code เปลี่ยนค่าเริ่มต้นไปเป็นโหมดที่อนุมัติคำสั่งให้เองตามที่ประกาศไว้ล่วงหน้า

ตามประกาศที่ Anthropic เผยแพร่เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2026 วันนี้คือวันที่ session ใหม่ของ Claude Code บนแพ็กเกจ Pro, Max และ Team จะเริ่มต้นด้วยโหมดอนุมัติอัตโนมัติแทนโหมดที่ถามทุกครั้ง ถ้อยคำในประกาศคือ "Starting on August 14, new sessions on Pro, Max, and Team plans will run in auto mode"

สิ่งที่เปลี่ยนคือค่าเริ่มต้น ไม่ใช่การเปิดให้ใช้ได้ โหมดนี้ใช้ได้อยู่แล้วทุกแพ็กเกจมาก่อนหน้านี้ ค่าที่ผู้ใช้เคยตั้งเองจะไม่ถูกเปลี่ยนจนกว่าจะกดยอมรับ และค่าที่องค์กรกำหนดไว้จะไม่ถูกแตะเลย

ตัวเลขที่บริษัทใช้สนับสนุนมีสองชุด ชุดแรกมาจากการจ้างผู้ทดสอบ 1,053 คนแล้วแอบสลับคำขออนุมัติกลาง session เป็นคำสั่งอันตราย ผลคือคนจับได้ 13.6% ขณะที่ระบบอัตโนมัติบล็อกได้ 89% ชุดที่สองมาจากการใช้งานจริง ซึ่งพบว่าการกระทำที่ก่อผลเสียโดยไม่ตั้งใจเกิดใน session แบบเดิม 6.3% เทียบกับโหมดอัตโนมัติที่ 2.4%

ข้อควรระวังที่สำคัญที่สุดคือ ณ เวลาที่ตรวจ ยังไม่มีรายการใดในบันทึกการเปลี่ยนแปลงของโปรแกรมที่ยืนยันว่าการสลับนี้เกิดขึ้นแล้ว บรรทัดล่าสุดที่พูดถึงค่าเริ่มต้นยังเป็นของรุ่น 2.1.200 ที่ระบุว่าค่าเริ่มต้นคือโหมดถามทุกครั้ง สิ่งที่ยืนยันได้จึงมีเพียงว่ากำหนดการคือวันนี้ ไม่ใช่ว่ามันเกิดขึ้นแล้ว อีกข้อคือตัวเลขทั้งหมดเป็นการวัดผลิตภัณฑ์ตัวเองโดยผู้ผลิต และงานวิชาการภายนอกที่วัดกลไกเดียวกันเมื่อต้นปีได้ผลไปคนละทาง

ทำไมต้องรู้ · ถ้าคุณหรือทีมใช้เครื่องมือนี้อยู่ วันนี้คือวันที่ควรเปิดดูว่าเครื่องตัวเองเปลี่ยนไปหรือยัง เพราะความแตกต่างระหว่างสองโหมดคือใครเป็นคนตัดสินใจว่าคำสั่งไหนรันได้ หลักที่ใช้ได้กับเครื่องมือ AI ทุกตัวคือแยกให้ชัดระหว่างสิ่งที่ทำผิดแล้วแก้กลับได้ กับสิ่งที่ทำแล้วแก้กลับไม่ได้ แล้วให้เฉพาะกลุ่มแรกผ่านไปได้เองโดยไม่ต้องถาม

Claude Code ออกรุ่นที่ปิดช่องข้ามด่านขออนุญาตสามจุด รวมถึงจุดที่คำสั่งหนึ่งเปลี่ยนเส้นทางการเข้าถึงไฟล์ของคำสั่งถัดไปได้

Claude Code เผยแพร่รุ่น 2.1.232 ซึ่งเป็นรุ่นใหญ่ จุดที่กระทบความปลอดภัยตรงที่สุดคือการปิดช่องข้ามด่านขออนุญาตสามจุด จุดแรกคือบน PowerShell ที่ตัวแปรบางชนิดเขียนทับค่าตั้งต้นของระบบได้เงียบๆ แล้วเปลี่ยนเส้นทางการเข้าถึงไฟล์ของคำสั่งที่รันตามมา จุดที่สองคือบน Windows ที่โปรแกรมเดินตามลิงก์ชนิดหนึ่งซึ่งด่านตรวจเส้นทางมองว่าเป็นไฟล์ธรรมดา จุดที่สามคือคลังโค้ดที่ซ้อนอยู่ในคลังอื่นเคยได้รับความไว้วางใจสืบทอดจากโฟลเดอร์แม่ ตอนนี้แต่ละคลังต้องยืนยันความไว้วางใจของตัวเอง

ความสามารถใหม่ที่เปลี่ยนวิธีทำงานมากที่สุดคือการพิมพ์เครื่องหมาย at ในคำสั่งเพื่อเรียกชื่อ session อื่นที่เปิดอยู่ แล้วให้สองหน้าต่างคุยกันโดยตรง พร้อมระบบตั้งชื่อ session ไม่ให้ซ้ำกันภายในเครื่องเดียว

อีกจุดคือการแตก agent ลูกแบบที่สืบทอดบทสนทนาและแคชของคำสั่งทั้งก้อนถูกเปิดเป็นค่าเริ่มต้นแล้ว และ agent ที่ถูกแตกออกมาในโหมดโต้ตอบจะไปทำงานเบื้องหลังโดยปริยาย ส่วนงานบ้านที่เพิ่มเข้ามาคือการปกปิดกุญแจของ GitLab อีกเก้าแบบไม่ให้หลุดออกมาในบันทึก และรองรับการติดตั้งส่วนเสริมจากคลังบน GitLab ได้เหมือน GitHub

ข้อควรระวังคือไฟล์บันทึกการเปลี่ยนแปลงของโครงการนี้ไม่ระบุวันที่กำกับแต่ละรุ่น จึงยืนยันวันปล่อยไม่ได้ บอกได้เพียงว่าใหม่กว่ารุ่น 2.1.229 ที่บันทึกไว้เมื่อวาน และรุ่น 2.1.230 หายไปจากไฟล์โดยไม่มีคำอธิบาย

ทำไมต้องรู้ · ช่องโหว่ทั้งสามจุดมีรูปแบบร่วมกันอย่างหนึ่งที่ใช้ได้กับทุกเครื่องมือ คือด่านตรวจสิทธิ์ถูกหลอกด้วยสิ่งที่อยู่นอกสายตาของมัน ไม่ว่าจะเป็นค่าที่ถูกเปลี่ยนไว้ล่วงหน้า ลิงก์ที่ดูเหมือนไฟล์ หรือความไว้วางใจที่สืบทอดมาจากที่อื่น สำหรับคนที่ให้ AI รันคำสั่งบนเครื่องตัวเอง บทเรียนที่หยิบไปใช้ได้คืออัปเดตเครื่องมือให้ทันเสมอ เพราะช่องพวกนี้ถูกปิดทีละจุดหลังมีคนพบ ไม่ได้ถูกออกแบบให้ปิดตั้งแต่แรก

อ่านครบทั้ง 20 ข่าว →

▲ Knowledge Atlas

ความรู้ทั้งคลังเชื่อมกันเป็นแผนที่เดียว: หมุนดูได้รอบทิศ คลิกที่ node เพื่ออ่านเรื่องนั้นและเรื่องที่โยงถึงกัน

เปิดแผนที่ความรู้ →

● Quiz ข่าวประจำวัน

9 ข้อจากข่าวของวันที่ 2026-08-14 เล่นจบในสองนาที แล้วแชร์ผลได้

เล่น quiz วันนี้ →

■ ศัพท์ AI วันนี้
AI Policyเอกสารกติกาภายในองค์กรที่บอกพนักงานว่าใช้ AI กับงานไหนได้ ห้ามอะไร และข้อมูลแบบไหนห้ามพิมพ…
Embeddingการแปลงข้อความ รูปภาพ หรือข้อมูลอื่นให้เป็นชุดตัวเลข (vector) ที่เก็บความหมายไว้ เพื่อให้ค…
Google DeepMindห้องแล็บวิจัย AI ของ Google ผู้สร้างโมเดล Gemini, AlphaGo และ AlphaFold ถือเป็นหน่วยงานหลั…

เปิดพจนานุกรมทั้งเล่ม →