OpenAI แยกโครงการความปลอดภัยไซเบอร์ออกเป็นสองชั้น แล้วเปิดโมเดลที่ยอมรับงานโจมตี 95% ให้เฉพาะคนที่ผ่านการอนุมัติ
OpenAI ประกาศเมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2026 ว่าแบ่งโครงการ Daybreak ออกเป็นสองชั้น ชั้นที่เรียกว่า Blue เปิดให้ผู้ป้องกันระบบที่ผ่านการอนุมัติใช้โมเดลทั่วไปอย่าง GPT-5.6 Sol โดยถอดด่านกรองระดับระบบที่ปกติจะสกัดคำถามด้านความปลอดภัยออกไป งานที่ระบุว่ารองรับคือการค้นหาช่องโหว่ ตรวจโค้ด วิเคราะห์มัลแวร์ รับมือเหตุการณ์ และตรวจสอบแพตช์ ส่วนชั้นที่เรียกว่า Red เปิดให้เข้าถึงโมเดลที่ฝึกมาเพื่องานความปลอดภัยโดยเฉพาะ และเป็นทางเดียวที่จะใช้ GPT-5.6-Cyber ได้
ตัวเลขที่บริษัทเผยแพร่คืออัตราการรับทำคำขอด้านความปลอดภัยขั้นสูง ซึ่งครอบคลุมโจทย์อย่างการประกอบห่วงโซ่การโจมตี การข้ามระบบยืนยันตัวตน และการยกระดับสิทธิ์ โดย GPT-5.6-Cyber อยู่ที่ 95% รุ่นก่อนหน้าอยู่ที่ 57.3% ส่วน GPT-5.6 Sol ที่คนทั่วไปใช้อยู่ที่ 1.5% และเมื่ออยู่ใต้ชั้น Blue ขยับขึ้นเป็นเพียง 2.0%
ผลงานชิ้นที่ตรวจสอบจากภายนอกได้คือบริษัทระบุว่าใช้โมเดลนี้ค้นพบช่องโหว่ระดับรุนแรงสูงใน V8 ซึ่งเป็นส่วนประมวลผล JavaScript ของ Chrome และ Google แก้ไปแล้วภายใต้รหัส CVE-2026-15903
ข้อควรระวังคือตัวเลขทั้งชุดเป็นการวัดของ OpenAI เอง ยังไม่มีผู้ตรวจภายนอกยืนยัน และหน้าประกาศต้นทางบน openai.com คืนค่า 403 กับเครื่องมือของเรา รายละเอียดทั้งหมดจึงมาจากสื่อความปลอดภัยที่อ่านหน้าประกาศนั้นเมื่อวันที่ 11 ส.ค.
▲ ทำไมต้องรู้ · ช่องว่างระหว่าง 1.5% กับ 95% คือหลักฐานที่ชัดที่สุดเท่าที่เคยมีตัวเลขว่า การที่โมเดลปฏิเสธคำขอของเราไม่ได้แปลว่ามันทำไม่ได้ แต่แปลว่ามีคนตั้งค่าไว้ว่าไม่ให้ทำกับเรา ความสามารถกับความยอมทำเป็นคนละเรื่องกันและถูกปรับแยกกันได้ ข้อที่ใช้ได้จริงคือเวลาประเมินความเสี่ยงขององค์กร อย่าประเมินจากสิ่งที่โมเดลยอมทำให้คุณเห็น เพราะอีกฝั่งของกำแพงเดียวกันนั้นมีคนที่ได้เวอร์ชันที่ยอมทำเกือบทุกอย่างอยู่แล้ว