OpenAI อ้างว่า agent ของตัวเองแก้โจทย์คณิตศาสตร์รางวัลล้านดอลลาร์ได้ แล้วเจอนักคณิตศาสตร์อีกกลุ่มแย้งเรื่องใครทำก่อน
OpenAI เผยแพร่แถลงการณ์เมื่อ 8 ก.ย. ว่าใช้โมเดลภายในที่ยังไม่ปล่อยออกมาและระบุว่าเก่งกว่า GPT-6 Astra อย่างมีนัยสำคัญ แก้โจทย์ Navier-Stokes ในรูปที่มีแรงภายนอกกระทำ คือแสดงว่าของไหลที่เริ่มต้นเรียบและอยู่นิ่ง เกิดจุดที่คำตอบระเบิดขึ้นได้ในเวลาจำกัด ซึ่งตรงกับข้อ C และ D ตามการตั้งโจทย์อย่างเป็นทางการของ Fefferman ที่ยอมให้มีแรงภายนอกได้ ไม่ใช่ข้อ A และ B ที่บังคับว่าต้องไม่มีแรงภายนอกเลย
ตัวเลขที่ให้ไว้คือ agent ได้คำตอบวันที่ 5 ก.ย. หลังเริ่มรันไป 88 ชั่วโมง แล้วใช้ GPT-6 Astra แปลงเป็นรูปที่เครื่องตรวจได้อีก 17 ชั่วโมง เฉพาะโจทย์ข้อนี้ใช้ข้อความ 2.7 ล้านข้อความและโทเคนขาออกราว 130,000 ล้านโทเคน จุดที่หลายสำนักข่าวไม่ได้พาดหัวคือ OpenAI เขียนไว้เองว่าไม่มีความตั้งใจจะขอรับรางวัล Millennium Prize จากผลงานชิ้นนี้
ในวันเดียวกัน Tristan Buckmaster จาก NYU เผยแพร่แถลงการณ์ว่าเขากับ Levent Alpöge ซึ่งทำงานอยู่ที่ Anthropic ทำงานสายเดียวกันมาเกือบหนึ่งปีแล้วได้ผลสำเร็จตั้งแต่ 15 ส.ค. ข้อควรระวังที่สำคัญคือผลของทั้งคู่ไม่ใช่ Navier-Stokes แต่เป็นการแสดงจุดระเบิดในเวลาจำกัดของสมการ Euler สามมิติ Boussinesq สองมิติ และ incompressible porous medium ส่วน Navier-Stokes ทั้งคู่ระบุเพียงว่าเชื่อว่าวิธีนี้ใช้ได้กับรุ่นที่ความหนืดต่ำ และการตรวจด้วย Lean ยังไม่เสร็จ เครื่องมือที่ใช้ก็มีหลายตัวทั้ง Claude, Codex, GPT-5.6 Sol และ Astra ไม่ใช่ของค่ายเดียว
OpenAI ระบุว่าเริ่มรัน agent วันที่ 1 ก.ย. หลังได้ยินข่าวลือว่ามีการแก้โจทย์ Millennium Prize ได้สองข้อ ประเด็นที่ Buckmaster ยกขึ้นมาคือเขาถาม OpenAI ว่าโมเดลถูกฝึกด้วย หรือเข้าถึง session ใน Codex ที่เขาใส่ร่างงานทั้งโปรเจกต์ไว้หรือไม่ คำตอบที่ได้คือโมเดลไม่ได้ไปเปิดดูข้อมูลผู้ใช้ แต่เมื่อเขาถามซ้ำเรื่องการนำไปฝึก เขาระบุว่าไม่ได้รับคำตอบ
อีกประเด็นเป็นข้อกล่าวหาที่ยังโต้กันอยู่ Buckmaster ระบุว่า Sébastien Bubeck จาก OpenAI ขอสองครั้งให้ถอดชื่อ Alpöge ออกจากการเป็นผู้เขียนในเปเปอร์ของฝั่ง Buckmaster เอง ขณะที่ Bubeck ตอบต่อสาธารณะว่าเขาไม่เคยขอให้ถอดชื่อใครออกจากงานของคนอื่น และเรียกข้อกล่าวหานี้ว่าเป็นเท็จและปลุกปั่น เรื่องนี้จึงยังเป็นคำต่อคำ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยุติแล้ว
ฝั่ง OpenAI ระบุว่าทั้งนักวิจัยและ agent ไม่เคยเห็นงานของอีกฝ่ายจนกว่าจะเผยแพร่ต่อสาธารณะ และไม่มีการเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้รายใดเพื่อแก้โจทย์นี้ แต่เขียนไว้ด้วยว่าแม้จะมีโอกาสน้อย ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าข้อมูลที่ถอดตัวตนออกแล้วจากการใช้ผลิตภัณฑ์ของตัวเองอาจช่วยพัฒนาโมเดลให้ดีขึ้น พร้อมยืนยันว่าบทพิสูจน์ของสองฝ่ายต่างกันมากและผลที่พิสูจน์ได้ก็คนละอย่างกันในกรณี Euler
ข้อควรระวังข้อสุดท้ายคือยังไม่มีการตรวจรับรองโดยนักคณิตศาสตร์อิสระให้ทั้งสองฝั่ง preprint เพิ่งขึ้นวันที่ 8 ก.ย. และ Terence Tao ซึ่งเขียนถึงผลของฝั่ง Buckmaster ระบุว่างานถูกกดดันให้ปล่อยออกมาก่อนจะขัดเกลาเสร็จ การที่บทพิสูจน์ผ่านการตรวจด้วย Lean ไม่ได้แปลว่าผ่าน peer review เพราะ Lean ตรวจได้แค่ว่าขั้นตอนตรรกะไม่ขาด ไม่ได้ตรวจว่าโจทย์ที่ตั้งไว้ตรงกับที่อ้างหรือไม่
▲ ทำไมต้องรู้ · คำถามที่ค้างอยู่ในเรื่องนี้เป็นคำถามเดียวกับที่คนทำงานควรถามตัวเอง คือสิ่งที่เราพิมพ์เข้าไปในเครื่องมือ AI ระหว่างทำงาน กลายเป็นวัตถุดิบให้โมเดลรุ่นถัดไปได้แค่ไหน ถ้างานที่ยังไม่เผยแพร่มีมูลค่า เช่น ข้อเสนอราคา สูตรที่คิดเอง หรือร่างสัญญา การเลือกแผนที่ปิดการนำข้อมูลไปฝึกและการเก็บหลักฐานว่าใครทำอะไรวันไหน เป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน ไม่ใช่ตอนที่มีข้อพิพาทแล้ว
OpenAI · แถลงการณ์ของ Buckmaster · Terence Tao · คำชี้แจงของ Bubeck · Simon Willison · Hacker News