Google DeepMind เปิดตัว Genie 4 โมเดลจำลองโลกที่สร้างเสียงไปพร้อมภาพแบบเรียลไทม์และสั่งแก้ฉากด้วยภาษาธรรมดาได้ เริ่มจากกลุ่มผู้ทดสอบที่ไว้ใจก่อน
Google DeepMind เผยแพร่บล็อกเมื่อ 27 ตุลาคม เปิดตัว Genie 4 ซึ่งบริษัทเรียกว่าโมเดลจำลองโลกรุ่นใหม่ที่ให้ภาพสมจริงขึ้นและจำลองแบบโต้ตอบได้แบบเรียลไทม์ดีขึ้น กระทู้ Hacker News มีคะแนนราว 680 ภายในวันเดียว จุดใหม่ที่บริษัทเน้นคือ Genie 4 เป็นโมเดลจำลองโลกแบบเรียลไทม์ตัวแรกของ DeepMind ที่สร้างเสียงเองไปพร้อมภาพ ทั้งเพลง เสียงบรรยากาศ และบทพูด และผู้ใช้เปลี่ยนสภาพอากาศ ขยับกล้อง หรือเพิ่มคนและวัตถุเข้าไปในฉากด้วยคำสั่งภาษาธรรมดาระหว่างที่ฉากกำลังเล่นอยู่
เบื้องหลังมีโมเดล Gemini หลายตัวทำงานร่วมกัน Gemini Omni ช่วยให้รูปลักษณ์และพฤติกรรมในฉากใกล้ของจริง และบล็อกระบุว่า Gemini 3.8 Flash ทำหน้าที่เป็น agent ที่วางขั้นตอน ตรวจความคืบหน้า และปรับตามเมื่อผู้ใช้แทรกคำสั่ง บริษัทยังทดลองใช้ Gemini 4 Argon คู่กับ Genie 4 ในงานหุ่นยนต์ ผู้ทดสอบที่บล็อกยกตัวอย่างมาจากงานสร้างสรรค์ ข่าว การศึกษา เกม และวิศวกรรม เช่น ทำภาพร่างฉากก่อนถ่ายจริง หรือเปลี่ยนภาพถ่ายเก่าเป็นฉากจำลอง
ตอนนี้เปิดเป็น research preview ให้ผู้ทดสอบที่ไว้ใจได้ บล็อกระบุว่าจะเปิดให้สมาชิก Google AI Ultra ผ่าน Project Genie ในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งมีรายชื่อรอ และให้พันธมิตรที่ได้สิทธิ์ใช้ก่อนผ่าน Gemini API กับ Google AI Studio บล็อกไม่ระบุราคา และ Google บอกว่าวิดีโอกับเสียงทั้งหมดที่สร้างจะมีลายน้ำ SynthID
ข้อควรระวังคือบล็อกไม่ให้ตัวเลขใดเลย ทั้งความละเอียด อัตราเฟรม หรือระยะเวลาที่ฉากคงที่ และเขียนเองว่ารายละเอียดภาพกับการคงอยู่ของวัตถุ "can still shift or drift over time" ผู้ร่วมกระทู้หลายคนชี้จากวิดีโอสาธิตเองว่าปราสาทหายไปเมื่อกล้องหันออกแล้วหันกลับ และคนขี่จักรยานยนต์ที่ไม่มีหมวกกันน็อกจู่ ๆ ก็มีหมวกขึ้นมา อีกคนชี้ว่าโมเดลเป็นของปิดที่ไม่เผยรายละเอียดเทคนิคหรือขนาดเลย
▲ ทำไมต้องรู้ · สำหรับคนทำสื่อ การตลาด หรือฝึกอบรม เครื่องมือแบบนี้จะเปลี่ยนงานร่างฉากและทำสถานการณ์จำลองจากหลายวันเหลือไม่กี่นาที แต่ข้อจำกัดเรื่องวัตถุที่หายไปเมื่อพ้นกล้องแปลว่ายังเอาไปใช้แทนการถ่ายจริงหรือใช้เป็นหลักฐานไม่ได้ และลายน้ำ SynthID ที่ฝังมาคือสิ่งที่ควรรู้ไว้เวลาต้องตรวจว่าคลิปไหนสร้างด้วย AI