Google เปิดตัว Gemini 4 Carbon โมเดลแนวหน้าตัวใหม่ที่เน้นงานความปลอดภัยไซเบอร์และงานยาวหลายขั้น ขึ้นอันดับหนึ่งบนดัชนี Artificial Analysis แต่ช่วงแรกให้ใช้เฉพาะทีมป้องกันภัยไซเบอร์ที่คัดไว้
Google เผยแพร่บล็อกเมื่อ 28 ตุลาคม โดย Koray Kavukcuoglu เปิดตัว Gemini 4 Carbon ซึ่งมาราวสองสัปดาห์หลัง Gemini 4 Argon เปิดใช้ทั่วไป และบริษัทเรียกว่าโมเดลที่แข็งแรงที่สุดของตัวเองด้านความปลอดภัยไซเบอร์และงานที่ต้องทำต่อเนื่องหลายขั้น กระทู้ Hacker News มีคะแนนราว 770 ภายในไม่กี่ชั่วโมง ตัวเลขที่ Google ให้คือ SEC-bench Pro ที่วัดการหาช่องโหว่ได้ 88.2% ExploitGym ที่วัดการเจาะช่องโหว่ได้ 54.8% และ CWE-bench ที่วัดการแก้ช่องโหว่ได้ 71.0% บน WebDev Arena ขึ้นมา 89 Elo เป็นอันดับสี่ที่ 1768
ด้านพฤติกรรม Google รายงานว่าบน Terminal-Bench 4.0 การโกงที่สำเร็จลดเหลือ 0.0% และความพยายามโกงเหลือ 0.4% อัตราโจมตีด้วย prompt injection ทางอ้อมบนชุดทดสอบของ Gray Swan เป็น 0.0% เทียบ 0.7% ของ Argon และจากการทดสอบภายใน การอ้างสิ่งที่ไม่มีหลักฐานลดลงราวครึ่งหนึ่งเทียบ Argon การทำเกินคำสั่งลดลง 26% และการเตือนพฤติกรรมไม่ตรงเจตนาระดับรุนแรงในงานเขียนโค้ดจริงภายในลดลงเกือบ 80%
ตอนนี้เปิดให้กลุ่มย่อยของผู้ป้องกันภัยไซเบอร์ก่อน แล้วค่อยเพิ่มพันธมิตรผ่านโครงการ Fairwind Program ส่วนนักพัฒนา ธุรกิจ และผู้ใช้ทั่วไปยังเป็น "coming soon" และ Google บอกว่าเข้าร่วมกระบวนการทดสอบโมเดลก่อนปล่อยแบบสมัครใจของรัฐบาลสหรัฐฯ ราคาช่วงแนะนำเท่า Argon คือ 2 ดอลลาร์ต่อหนึ่งล้านโทเคนขาเข้าและ 10 ดอลลาร์ขาออก แคชลด 95% หลังจบช่วงแนะนำจะเป็น 4 และ 20 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นราคาที่หน้าโมเดลบน Artificial Analysis แสดงอยู่ พร้อมคะแนน 59 อันดับหนึ่งและ context 1 ล้านโทเคน
ข้อควรระวังคือบล็อกไม่บอกว่าช่วงราคาแนะนำจบเมื่อไร และไม่ระบุ context window หรือวันเปิดใช้ทั่วไป ตัวเลขด้านพฤติกรรมส่วนใหญ่มาจากการทดสอบภายในของ Google และข้ออ้างว่าดีกว่าโมเดลแนวหน้าของ "อีกแล็บ" มากกว่าสิบเท่าในการสร้างแพตช์ไม่ระบุชื่อคู่เทียบหรือคะแนน ผู้ร่วมกระทู้หลายคนบ่นว่าหาโมเดลใหม่ในแอปไม่เจอและโควตาใช้งานของ Argon หมดเร็ว
▲ ทำไมต้องรู้ · Google เลือกปล่อยโมเดลที่เก่งงานหาและเจาะช่องโหว่ให้ฝ่ายป้องกันได้ใช้ก่อน องค์กรที่ดูแลระบบควรคาดว่าเครื่องมือหาช่องโหว่ระดับนี้จะไปถึงทั้งสองฝั่งในไม่ช้า และควรเร่งรอบแพตช์ให้เร็วขึ้น ส่วนคนที่วางแผนงบ API ควรคิดราคาหลังโปรโมชันเป็นหลัก เพราะราคาจะขึ้นเท่าตัวเมื่อช่วงแนะนำจบ