Wiki · news-analysis · confidence: medium · ⚙ auto-approved · fact-checker

TH-AI Passport โครงการรัฐแจกสิทธิใช้ AI ระดับ Pro ให้คนไทย 5 ล้านคน

thailandth-ai-passportmdesai-policygovernment-procurementdigital-inclusiondata-sovereigntyupdated 2026-08-09

TH-AI Passport โครงการรัฐแจกสิทธิใช้ AI ระดับ Pro ให้คนไทย 5 ล้านคน

TH-AI Passport เป็นโครงการของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ให้คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปจำนวน 5 ล้านสิทธิ ใช้บริการ AI ระดับ Pro หรือ Premium จำนวน 12 โมเดลฟรีหนึ่งปี โดยผู้รับสิทธิต้องอบรมออนไลน์ และผ่านการประเมินก่อน และมีคอร์สทักษะ AI กว่า 130 คอร์สให้เรียน ใช้เงินจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (MDES)

ข้อมูลในหน้านี้เป็นสถานะ ณ วันที่ 9 ส.ค. 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่สัญญาฉบับแก้ไขยังไม่ปิด เรื่องนี้เคลื่อนเป็นวัน

ตัวเลขที่ควรใช้อ้างอิง

ค่าจ้างที่ชนะการประมูลคือ 1,621 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลางที่ราว 1,650 ล้านบาทประมาณ 1.76% โดยคู่สัญญา เป็นกิจการร่วมค้าของบริษัทไทย ไม่ใช่ผู้ให้บริการ AI โดยตรง (ฐานเศรษฐกิจ · The Momentum)

ตัวเลขนี้สำคัญเพราะรายงานบางฉบับใช้คำว่างบประมาณกว่า 1,500 ถึง 1,600 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าค่าจ้างที่ชนะ ประมูลจริง เวลาอ้างตัวเลขจึงควรใช้ 1,621 ล้านบาท

ระยะเวลาให้สิทธิใช้งานคือหนึ่งปี อัตราต่อหัวที่ปรากฏในการเจรจาอยู่ที่ราว 27 บาทต่อคนต่อเดือน และมีรายงานว่า ลดลงเหลือราว 25 บาทต่อคนต่อเดือน โดยแหล่งที่รายงานระบุเองว่าตัวเลขนี้ยังไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย (mgronline)

สิ่งที่เป็นข่าวเมื่อ 9 ส.ค. 2569

ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระบุว่าตามกรอบสัญญา โครงการจะต้อง เริ่มดำเนินการช้าที่สุดภายในวันที่ 1 ก.ย. 2569 (กรุงเทพธุรกิจ)

สาระที่รัฐมนตรีระบุว่าเปลี่ยนคือรูปแบบการจ่ายเงิน จากเดิมที่จ่ายแบบเหมา มาเป็นการจ่ายตามจำนวนผู้ใช้งานจริง รายเดือน โดยยังคงเพดานไว้ที่ 5 ล้านคน คำอธิบายที่ยกมาคือหากมีผู้ลงทะเบียนครบ 5 ล้านคน แต่เดือนใดมี ผู้ใช้งานจริงเพียง 4 ล้านคน รัฐจะจ่ายเฉพาะผู้ใช้งาน 4 ล้านคนในเดือนนั้น

เหตุผลที่รัฐมนตรียกมาสนับสนุนโครงการคือการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยี พร้อมเล่าจากการลงพื้นที่ ว่าพบครูที่ใช้บริการฟรีได้เพียงราวสี่คำสั่งก่อนต้องรอวันถัดไป เรื่องเล่านี้เป็นคำของเจ้าของโครงการเอง ไม่ได้ระบุ ว่าเป็นบริการตัวไหน และยืนยันจากภายนอกไม่ได้ จึงไม่ควรอ้างเป็นข้อเท็จจริงเรื่องข้อจำกัดของบริการฟรีทั่วไป

จุดที่ต้องระวังที่สุดคือแนวคิดการจ่ายตามผู้ใช้งานจริงไม่ใช่ของใหม่ของวันนี้ มีรายงานครั้งแรกตั้งแต่ 25 มิ.ย. 2569 และตัวรายงานล่าสุดเองระบุว่าขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดและคาดว่าจะได้ข้อสรุปในสัปดาห์ถัดไป แปลว่าสัญญาฉบับแก้ไขยังไม่ลงนาม

วันที่ 1 ก.ย. คืออะไร

วันที่ 1 ก.ย. 2569 เป็นเพดานตามกรอบสัญญา คือช้าที่สุดต้องเริ่มภายในวันนั้น ไม่ใช่วันเปิดที่ยืนยันแล้ว ความต่างนี้มีน้ำหนักเพราะโครงการนี้เคยตั้งเป้าเปิดวันที่ 1 ก.ค. 2569 แล้วไม่ทัน จึงเลื่อนมาแล้วหนึ่งรอบ

ไทม์ไลน์

โครงการนี้ไม่ได้เริ่มเป็นข่าวเมื่อกลางปี 2569 แต่เริ่มกระบวนการจัดซื้อตั้งแต่ปลายปี 2568

ประกาศแผนจัดซื้อเมื่อ 17 พ.ย. 2568 แล้วประกาศขอบเขตงานให้วิจารณ์ระหว่าง 15 ถึง 22 ธ.ค. 2568 จากนั้นเปิดประมูลด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ระหว่าง 24 ธ.ค. 2568 ถึง 26 ม.ค. 2569 โดยมีผู้ยื่นข้อเสนอ 3 ราย

ตัวโครงการกลายเป็นข่าวสาธารณะและมีการแถลงทางการช่วง 28 ถึง 29 พ.ค. 2569 หลังจากนั้นเดือน มิ.ย. 2569 เกิดการตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใส มีเวทีชี้แจงเมื่อ 11 มิ.ย. และเริ่มเจรจาแก้สัญญาตั้งแต่ 16 มิ.ย. จนพลาดเป้า เปิดวันที่ 1 ก.ค. ต่อมาช่วงต้นเดือน ส.ค. 2569 สำนักงานอัยการสูงสุดส่งสัญญาฉบับแก้ไขคืน แล้วจึงมาถึงกรอบ ว่าต้องเปิดก่อน 1 ก.ย. 2569

รายชื่อ 12 โมเดลยังไม่เคยเปิดเผย

ข้อนี้ต้องเขียนไว้ให้ชัดเพราะมีข้อมูลผิดแพร่หลาย คำแถลงทางการระบุเพียงว่าเป็น AI ระดับ Pro หรือ Premium จำนวน 12 โมเดลจากผู้ให้บริการชั้นนำของโลก และไม่เคยเปิดรายชื่อทั้ง 12 โมเดล

รายชื่อยี่ห้อที่ปรากฏตามสื่อบางแห่งเป็นการคาดการณ์ของผู้เขียนข่าว โดยรายงานที่เป็นต้นทางของรายชื่อนั้น ใช้คำว่าคาดว่าจะครอบคลุมโมเดลจากบริษัทเหล่านี้ ไม่ใช่การยืนยัน (InfoQuest) การหยิบรายชื่อนั้นไปเขียนว่าเป็นโมเดลในโครงการ จึงเป็นข้อมูลผิด

สิ่งที่ทางการระบุจริงในบริบทที่ต่างออกไปคือชื่อบริษัทที่ร่วมพัฒนาหลักสูตร โดยระบุว่าส่วนการเรียนรู้พัฒนาร่วมกับ Google, Microsoft และ OpenAI ซึ่งเป็นความร่วมมือด้านหลักสูตร ไม่ใช่การระบุว่าโมเดลของใครอยู่ในสิทธิ 12 โมเดล (MDES)

ข้อคัดค้านและคำชี้แจง

ฝ่ายที่คัดค้านมีสาระหลักห้าข้อ ข้อแรกคือเป้า 5 ล้านคนไม่มีการศึกษาความต้องการรองรับ ข้อที่สองคือข้อกำหนด ขอบเขตงานถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจล็อกสเปก ให้ระยะเวลายื่นข้อเสนอสั้นผิดปกติ และมีการพบไฟล์นำเสนอที่สร้างขึ้น เมื่อ 27 ต.ค. 2568 ซึ่งเป็นเวลาก่อนการประกาศประมูลในเดือน ธ.ค. 2568 ข้อที่สามคือความคุ้มค่า โดยเห็นว่า การซื้อโควตาแบบรวมศูนย์มีต้นทุนต่ำกว่าและเงินส่วนใหญ่ไหลออกนอกประเทศ ข้อที่สี่คือความกังวลเรื่อง ผลประโยชน์ทับซ้อน ข้อที่ห้าคือความกังวลเรื่องอธิปไตยข้อมูลและคำสั่งที่ผู้ใช้ 5 ล้านคนจะพิมพ์เข้าไป (The Standard)

เมื่อ 21 มิ.ย. 2569 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน เรียกร้องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติเข้าตรวจสอบเองโดยไม่ต้องรอผู้ร้อง โดยอ้างกฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคา ต่อหน่วยงานของรัฐ (The Standard) และเมื่อ 22 มิ.ย. 2569 มีแถลงการณ์ร่วมของ 16 องค์กรด้านเทคโนโลยี (แนวหน้า)

ฝ่ายรัฐยืนยันว่าดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายครบถ้วน โปร่งใสและตรวจสอบได้ ไม่มีการล็อกสเปก จะไม่ชะลอและ ไม่ยกเลิกโครงการ แต่พร้อมรีเซ็ตทั้งหมดหากพบว่าผิดกฎหมาย และระบุว่าข้อมูลผู้ใช้จะเก็บบนคลาวด์ในประเทศไทย โดยผู้ให้บริการนำไปฝึกโมเดลต่อไม่ได้ (The Standard)

ณ วันที่ 9 ส.ค. 2569 ยังยืนยันไม่ได้ว่ามีการยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เป็นทางการแล้วหรือไม่ สิ่งที่ยืนยันได้คือการเรียกร้องให้เข้าตรวจสอบเอง และการเตรียมส่งข้อสังเกต

เรื่องที่คนเข้าใจผิดบ่อย

หนึ่ง หลายคนเข้าใจว่าโครงการเปิดใช้แล้วหรือยืนยันวันเปิดแล้ว ความจริงคือ 1 ก.ย. 2569 เป็นเพดานตามสัญญา สัญญาฉบับแก้ไขยังไม่ปิด และเคยเลื่อนมาแล้วหนึ่งรอบ

สอง มีการเผยแพร่รายชื่อยี่ห้อ AI ที่จะได้ใช้ ทั้งที่รายชื่อนั้นเป็นการคาดการณ์ของสื่อ ไม่ใช่ประกาศของรัฐ

สาม คนมักเข้าใจว่าคู่สัญญาคือบริษัท AI ต่างชาติ ความจริงคือคู่สัญญาเป็นกิจการร่วมค้าของบริษัทไทย

สี่ ตัวเลขงบที่แชร์กันบ่อยคือ 1,500 ถึง 1,600 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าค่าจ้างที่ชนะประมูลจริงที่ 1,621 ล้านบาท

สิ่งที่คนทำงานไทยหยิบไปใช้ได้

ถ้าโครงการเปิดจริง คนไทย 5 ล้านคนจะได้ใช้เครื่องมือ AI ระดับที่ต้องจ่ายเงินฟรีหนึ่งปี ซึ่งเปลี่ยนสภาพการแข่งขัน ของคนทำงานในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน สิ่งที่ควรทำคือติดตามวันเปิดลงทะเบียนและเงื่อนไขการอบรม เพราะสิทธิ มีเพดานและต้องผ่านการประเมินก่อน

สิ่งที่ควรเตรียมใจคือกำหนดการยังเลื่อนได้ การวางแผนงานของทีมโดยผูกกับวันเปิดของโครงการจึงมีความเสี่ยง

เรื่องที่ควรคิดตั้งแต่วันนี้คือคำถามเรื่องข้อมูล เพราะการพิมพ์งานของบริษัทเข้าเครื่องมือที่รัฐจัดหาให้ ยังต้องอ่าน เงื่อนไขเองว่าข้อมูลไปอยู่ที่ไหนและใครเข้าถึงได้ คำยืนยันเรื่องเก็บข้อมูลในประเทศเป็นคำของฝ่ายรัฐ ซึ่งควรอ่าน คู่กับเงื่อนไขการใช้บริการฉบับจริงเมื่อเปิดใช้

คำถามที่ยังไม่มีคำตอบ

รายชื่อ 12 โมเดลยังไม่เปิดเผย จึงยังประเมินไม่ได้ว่าสิทธิที่ได้ครอบคลุมเครื่องมือที่คนทำงานใช้จริงหรือไม่

สัญญาฉบับแก้ไขยังไม่ลงนาม เงื่อนไขการจ่ายตามผู้ใช้งานจริงจึงยังไม่ใช่ข้อผูกพันที่ตรวจสอบได้

ยังไม่มีรายละเอียดว่าการวัดผู้ใช้งานจริงรายเดือนนับอย่างไร ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่ารัฐจะจ่ายเท่าไรจริง

ยังไม่ทราบผลการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และยังไม่ทราบว่าเฟสถัดไปของโครงการจะได้รับจัดสรร งบประมาณหรือไม่

■ ไม่อยากพลาดของใหม่

อ่านจบแล้วอยากตามเรื่อง AI แบบนี้ต่อทุกวัน เรามีสรุปข่าวภาษาไทยส่งทาง LINE ทุกเช้า กดเพิ่มเพื่อนไว้ได้เลย ไม่มีค่าใช้จ่าย

เพิ่มเพื่อนใน LINE →
QR เพิ่มเพื่อน LINE ของ TRAINIAC AIคอมพิวเตอร์สแกนด้วยมือถือได้เลย