TH-AI Passport โครงการรัฐแจกสิทธิใช้ AI ระดับ Pro ให้คนไทย 5 ล้านคน
TH-AI Passport โครงการรัฐแจกสิทธิใช้ AI ระดับ Pro ให้คนไทย 5 ล้านคน
TH-AI Passport เป็นโครงการของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ให้คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปจำนวน 5 ล้านสิทธิ ใช้บริการ AI ระดับ Pro หรือ Premium จำนวน 12 โมเดลฟรีหนึ่งปี โดยผู้รับสิทธิต้องอบรมออนไลน์ และผ่านการประเมินก่อน และมีคอร์สทักษะ AI กว่า 130 คอร์สให้เรียน ใช้เงินจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (MDES)
อัปเดต 1 ก.ย. 2569 ตัวเลขผู้ใช้งานจริงวันแรก และคำร้องถึง ป.ป.ช. ฉบับล่าสุด
ตัวเลขที่หน้านี้เฝ้ามาตลอดคือจำนวนผู้ใช้งานจริง ไม่ใช่ยอดลงทะเบียน เพราะเป็นฐานที่รัฐจ่ายเงินจริง ตัวเลขชุดแรก ออกมาแล้ว เดลินิวส์รายงานว่าตั้งแต่ระบบเปิดเวลา 09.00 น. ถึง 13.30 น. ของวันที่ 31 ส.ค. 2569 มีผู้ใช้งานจริง 101,764 คน ขณะที่ยอดลงทะเบียนสะสม ณ เวลา 12.30 น. ของวันเดียวกันอยู่ที่ 1,366,217 คน (เดลินิวส์)
ตัวเลขผู้ใช้งานจริงจำนวนเดียวกันนี้ปรากฏในอีกสำนักหนึ่งด้วย แต่ระบุเวลากำกับไว้ที่ 13.00 น. ไม่ใช่ช่วง 09.00 ถึง 13.30 น. เวลาอ้างอิงจึงควรระบุแหล่งกำกับเสมอ (ไอที 24 ชั่วโมง)
สัดส่วนที่อ่านได้จากสองตัวเลขนี้คือคนที่ลงทะเบียนไว้ล้านสามแสนกว่าคน เข้ามาใช้จริงในสี่ชั่วโมงครึ่งแรกราวหนึ่งใน สิบสาม ข้อควรระวังคือนี่เป็นภาพช่วงสี่ชั่วโมงครึ่งแรกของวันแรกเท่านั้น ไม่ใช่ยอดทั้งวันและไม่ใช่ค่ารายเดือน ซึ่งเป็นหน่วยที่สัญญาใช้จ่ายเงินจริง
ชื่อระดับสิทธิที่ยังเรียกไม่ตรงกันสามแบบ
เงื่อนไขโปรโมชันคือผู้ลงทะเบียนรับสิทธิก่อน 30 พ.ย. 2569 ได้อัปเกรด 30 วันแรกโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และรักษา ระดับนั้นต่อได้ตลอดโครงการถึง 31 ส.ค. 2570 หากเรียนสะสมอย่างน้อย 100 คะแนนต่อเดือน (aipass.go.th)
จุดที่ต้องระวังเวลาอ้างอิงคือชื่อของระดับนี้ถูกเรียกต่างกันสามแบบในสามแหล่ง เว็บทางการใช้คำว่าระดับสูงสุด เดลินิวส์ใช้คำว่าระดับผู้สร้างสรรค์ และ The Standard ใช้คำว่า Innovator ส่วนคำว่า Pro ไม่ใช่ชื่อของระดับนี้ ในแหล่งใดเลย แม้จะเป็นคำที่ใช้เรียกตัวโครงการโดยรวมจนติดปาก
ข้อที่ยังไม่ชัดคือระดับผู้สร้างสรรค์ตามที่เดลินิวส์เรียก เป็นระดับเดียวกับ Innovator ที่เป็นฐานการจ่ายเงินของรัฐ ตามกลไก 24.70 บาทต่อคนต่อเดือนหรือไม่ ยังยืนยันไม่ได้จากแหล่งที่มีอยู่
ข้อจำกัดการใช้งานจริงที่ไม่เคยอยู่ในข่าวประชาสัมพันธ์
รีวิวการทดลองใช้ในวันเปิดระบุตัวเลขที่ผู้ใช้เจอจริง คือเครดิตรายวันสำหรับสร้างภาพและข้อความ 10,000 เครดิต ส่วนการสร้างวิดีโอ สร้างเพลง และค้นคว้าเชิงลึก มีโควตา 10 ครั้งต่อเดือน ระบบเติมเครดิตอัตโนมัติทุกวันตอน 02.00 น. และวิดีโอยาวได้สูงสุดหกวินาที (Thai PBS NOW)
จุดที่ผู้รีวิวชี้ว่าหน้าจอกับของจริงไม่ตรงกันคือความละเอียดวิดีโอ ถ้อยคำคือ "บางตัวเลือกไม่สามารถใช้งานได้ ตามที่เขียนไว้ เช่นระบุว่า ความละเอียด สูงสุด 720p แต่เลือกได้แค่ 480p"
เรื่องประวัติการสนทนาต้องอ่านให้ครบทั้งสองท่อน ระบบระบุว่าไม่บันทึกประวัติการสนทนา แต่ข้อความเตือน ความปลอดภัยระบุว่าอาจมีการเก็บสำเนาแชตไว้ชั่วคราวไม่เกิน 30 วัน สองประโยคนี้ต้องยกมาคู่กันเสมอ
ข้อสังเกตด้านคุณภาพที่ต้องอ้างให้ตรง คือผู้รีวิวเทียบกับ AI ตัวฟรีของค่ายอื่น ไม่ได้เทียบกับบริการเดียวกัน ที่ซื้อเอง ถ้อยคำคือเมื่อเอาคำสั่งแบบเดียวกันไปให้ AI จากค่ายอื่นตัวฟรี พบว่าดีกว่าที่ใช้ผ่าน TH-AI Passport มาก ข้อควรระวังคือทั้งหมดนี้เป็นการทดลองใช้ของผู้เขียนคนเดียวในวันแรก ไม่ใช่สถิติเรื่องร้องเรียน
คำร้องถึง ป.ป.ช. เมื่อ 1 ก.ย. 2569
Thai PBS รายงานเมื่อ 1 ก.ย. 2569 ว่ารักชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน พร้อมด้วย ธีระชาติ ก่อตระกูล จากทีมยุทธศาสตร์เศรษฐกิจดิจิทัลของพรรคประชาชน และนิธิกร บุญยกุลเจริญ ที่ปรึกษาผู้นำ ฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ขอให้ ตรวจสอบโครงการ (Thai PBS)
ผู้ที่รายงานระบุว่าถูกยื่นให้ตรวจสอบคือไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี พชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี และบริษัทที่เกี่ยวข้องอีกสามราย ประเด็นที่ยกขึ้นมาคือข้อกำหนดขอบเขตงานของโครงการ
สามข้อที่ต้องระวังเวลาอ้างเรื่องนี้ ข้อแรกคือนี่เป็นการยื่นขอให้เข้าตรวจสอบ ยังไม่ใช่ผลการตรวจสอบ ไม่ใช่การชี้มูล และไม่ใช่คำวินิจฉัยของหน่วยงานใด ข้อที่สองคือแหล่งที่มาเป็นช่วงข่าวของสถานีเดียว ณ วันที่ตรวจยังไม่มีสำนักข่าวอื่น รายงานเรื่องเดียวกัน ข้อที่สามคือถ้อยคำในรายงานใช้คำว่าบริษัทที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้ใช้คำว่าบริษัทเอกชน และไม่ได้ ระบุคำว่าผลประโยชน์ทับซ้อนไว้ในประเด็นที่ยื่น
บริบทที่ขาดไม่ได้คือคำร้องนี้ไม่ใช่ฉบับแรก มีผู้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการชุดนี้มาแล้วตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2569 และเมื่อ 20 ส.ค. 2569 เลขาธิการของคณะกรรมการระบุเองว่าเรื่องอยู่ระหว่างการตรวจสอบอยู่แล้ว การยื่นเมื่อ 1 ก.ย. จึงเป็นการยกระดับของเรื่องเดิม ไม่ใช่จุดที่หน่วยงานเพิ่งเข้ามาเกี่ยวข้อง (มติชน)
ข้อถกเถียงเรื่องชื่อโดเมนปิดแล้ว
ประเด็นที่เปิดไว้เมื่อ 19 ส.ค. เรื่องเว็บลงทะเบียนที่ใช้โดเมนลงท้าย .net ปิดแล้ว ตรวจเมื่อ 1 ก.ย. 2569 พบว่า de.aipass.net ตอบกลับด้วยการย้ายถาวรไปยัง aipass.go.th ซึ่งตรงกับสิ่งที่ฝ่ายที่ตั้งข้อสังเกตเรียกร้องไว้ รายละเอียดของข้อถกเถียงเดิมอยู่ในหัวข้อด้านล่าง
อัปเดต 31 ส.ค. 2569 เปิดใช้งานจริงแล้ว
แพลตฟอร์ม AiPASS เปิดให้ประชาชนเข้าใช้บริการอย่างเป็นทางการในวันจันทร์ที่ 31 ส.ค. 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ตรงตามไทม์ไลน์ที่ประกาศไว้ และเร็วกว่าเพดานตามสัญญาที่ 1 ก.ย. 2569 หนึ่งวัน โดยงานเปิดตัว อย่างเป็นทางการจัดขึ้นเมื่อ 28 ส.ค. 2569 และผู้ประกาศคือกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (The Standard)
สิ่งที่ประกาศ ณ วันเปิดใช้คือแพลตฟอร์มรวมบริการ AI ระดับ Pro จากผู้ให้บริการมากกว่า 14 ค่าย ครอบคลุม โมเดลมากกว่า 30 ตัว พันธมิตรที่ระบุชื่อไว้ในข่าววันเปิดคือ OpenAI, Google for Education และ Microsoft ส่วนชุดเรียนรู้ประกอบด้วยสี่ทักษะจำเป็น ครอบคลุมความรู้พื้นฐานเรื่อง AI การใช้อย่างปลอดภัย การใช้อย่างรับผิดชอบ และการใช้กับงานจริง โดยอ้างอิงมาตรฐานของ UNESCO และ ETDA
ตัวเลขงบประมาณที่ข่าววันเปิดใช้คำว่า 1,600 ล้านบาท เป็นการปัดจากค่าจ้างที่ชนะประมูลจริงที่ 1,621 ล้านบาท เวลาอ้างอิงจึงควรใช้ตัวเลขหลัง ตามเหตุผลในหัวข้อตัวเลขที่ควรใช้อ้างอิงด้านล่าง
เงื่อนไขที่ยืนยันได้ ณ วันเปิดใช้คือผู้รับสิทธิต้องมีสัญชาติไทยและอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป จำกัด 5 ล้านสิทธิ ยืนยันตัวตนผ่านแอปทางรัฐหรือ ThaiD และผูกบัญชีกับ Google, Microsoft หรือ Apple ผู้ที่ลงทะเบียนภายใน 30 พ.ย. 2569 ได้อัปเกรดเป็นระดับ Pro ฟรี 30 วัน และตัวโครงการมีกำหนดสิ้นสุดวันที่ 31 ส.ค. 2570 (Techsauce)
ยอดลงทะเบียนสะสมที่รายงานล่าสุดก่อนวันเปิดใช้อยู่ที่ราว 1.3 ล้านราย ซึ่งยังห่างจากเพดาน 5 ล้านสิทธิอยู่มาก และรัฐมนตรีระบุเองว่าอัตราการเพิ่มชะลอลงหลังผ่านสองวันแรกไปแล้ว ตัวเลขที่ควรเฝ้าต่อจากนี้ไม่ใช่ยอดลงทะเบียน แต่คือจำนวนผู้ใช้งานจริงรายเดือน เพราะนั่นคือฐานที่รัฐใช้จ่ายเงินจริงตามกลไกที่แก้สัญญาไว้
อัปเดต 19 ส.ค. 2569 เปิดลงทะเบียนล่วงหน้าแล้วจริง
โครงการเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าและทดสอบระบบตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค. 2569 ที่เว็บไซต์ de.aipass.net โดยเปิดหน้าเว็บตรวจในเช้าวันเดียวกันแล้วพบว่าใช้งานได้ตามปกติ หน้าเว็บระบุเองว่าลงทะเบียนล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันนี้ และพร้อมใช้งาน 31 ส.ค. 2569 พร้อมแสดงโควตา 5,000,000 สิทธิ์ (de.aipass.net)
หน่วยงานที่ดำเนินโครงการคือสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สดช. ใต้กระทรวงดีอี ซึ่งยืนยันได้จากโดเมนของอีเมลรับเรื่องคือ bde.go.th จุดนี้สำคัญเพราะคนมักเข้าใจว่าเป็นงานของ ETDA หรือ depa ตรวจหน้าข่าวของ ETDA เมื่อ 19 ส.ค. แล้วพบว่ารายการใหม่สุดยังเป็นวันที่ 23 ก.ค. และไม่มีเรื่องนี้เลย ส่วนหน้าข่าวของ depa เปิดไม่สำเร็จจึงยังยืนยันไม่ได้ทั้งสองทาง
ตัวเลขที่ควรจำที่สุดคือกลไกการจ่ายเงินของรัฐ ถ้อยคำที่เผยแพร่คือ "ภาครัฐจะชำระค่าบริการเฉพาะผู้ใช้งานระดับ Innovator ที่มีการใช้งานจริงตามเงื่อนไขของโครงการ ในอัตรา 24.70 บาท ต่อคน ต่อเดือน" คือจ่ายตามคนที่ใช้จริง ไม่ใช่จ่ายเหมาตามยอดลงทะเบียน (เดลินิวส์)
ตัวเลขนี้ต้องผูกวันที่กำกับไว้เสมอ เพราะข่าวจัดซื้อเมื่อ มิ.ย. 2569 ระบุอัตราไว้ที่ราว 27.5 บาทต่อสิทธิต่อเดือน บนวงเงินเดียวกัน สองค่านี้ไม่ได้ขัดกัน แต่เป็นคนละจุดเวลา
ตัวเลขวันแรก 512,500 ราย และข้อถกเถียงเรื่องชื่อโดเมน
การลงทะเบียนเปิดเมื่อเวลา 09:00 น. ของวันที่ 19 ส.ค. 2569 และหน่วยงานประกาศตัวเลขเป็นระยะตลอดวัน ราว 44,000 รายเมื่อครบชั่วโมงแรก 206,293 รายเมื่อเที่ยง และ 512,500 รายเมื่อครบแปดชั่วโมงที่ 17:00 น. (เดลินิวส์ 10:22 · เดลินิวส์ 13:23 · เดลินิวส์ 17:23)
ตัวเลขที่ต้องแยกให้ชัดเพราะพาดหัวหลายเจ้าเล่าปนกันคือยอดลงทะเบียนสำเร็จกับยอดที่รอยืนยันตัวตน ช่วงกลางวัน มีข่าวว่ายอดรอคิวยืนยันตัวตนทะลุสามแสนราย ขณะที่ยอดลงทะเบียนสำเร็จอยู่ที่ 206,293 ราย สองตัวเลขนี้ต่างกัน โดยสิ้นเชิงและถูกพาดหัวด้วยคำว่าสามแสนเหมือนกัน (กรุงเทพธุรกิจ)
หน่วยงานยืนยันว่าระบบไม่ได้ล่ม ถ้อยคำคือ "ระบบไม่ได้ล่มแต่อย่างใด เพียงแต่อาจพบความล่าช้า" โดยระบุว่า ความล่าช้าอยู่ที่ขั้นตอนยืนยันตัวตนผ่าน ThaiD และแนะให้เปลี่ยนไปใช้แอปทางรัฐแทน (สปริงนิวส์)
ประเด็นใหม่ที่เปิดขึ้นในบ่ายวันเดียวกันคือชื่อโดเมนของเว็บลงทะเบียนที่ลงท้ายด้วย .net นิธิกร บุญยกุลเจริญ ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านและอนุกรรมาธิการด้านดิจิทัล เสนอให้เปลี่ยนเป็น .go.th และให้รัฐจดโดเมนที่สะกดใกล้เคียง ดักไว้ โดยให้เหตุผลว่า "การที่ใช้ .net นั้น ใครก็สามารถจดโดเมนเนมได้ง่าย" และเว็บนี้เป็นเว็บที่ขอข้อมูลส่วนบุคคล ของประชาชน (ไทยโพสต์ · เดลินิวส์)
ฝ่ายรัฐตอบว่าการใช้โดเมนดังกล่าวเป็นไปตามข้อกำหนดขอบเขตงานและสัญญาของโครงการ และยืนยันว่าระบบรองรับ ปริมาณผู้ลงทะเบียนได้ ข้อสังเกตคือสองฝ่ายไม่ได้เถียงกันบนข้อเท็จจริงเดียวกัน ฝ่ายหนึ่งพูดเรื่องความเสี่ยงจากการ ถูกปลอมเว็บ อีกฝ่ายพูดเรื่องความถูกต้องตามสัญญา (กรุงเทพธุรกิจ)
ข้อถกเถียงนี้จบลงที่ฝั่งที่ตั้งข้อสังเกต ตรวจเมื่อ 1 ก.ย. 2569 พบว่า de.aipass.net ตอบกลับด้วยการย้ายถาวร ไปยัง aipass.go.th แล้ว ซึ่งเป็นโดเมนแบบที่ฝ่ายที่ตั้งข้อสังเกตเรียกร้อง (aipass.go.th)
ในวันเดียวกันเวลา 16:45 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ออกมาสนับสนุนโครงการโดยใช้ยอดลงทะเบียน เป็นเหตุผล ถ้อยคำคือ "หากโครงการไม่ดีคงไม่มีประชาชนลงทะเบียนจำนวนมาก" ซึ่งเป็นการให้เหตุผลเชิงการเมือง ไม่ใช่หลักฐานเรื่องผลลัพธ์ของโครงการ (ไทยรัฐ)
จำนวนโมเดลที่ขยับจากสัญญาจัดซื้อมาถึงวันเปิด
ข่าววันที่ 18-19 ส.ค. ระบุว่าแพลตฟอร์มรวมโมเดลจากผู้พัฒนากว่า 14 ราย รวมมากกว่า 30 โมเดล พร้อมหลักสูตร กว่า 96 หลักสูตร ซึ่งต่างจากตัวเลขในส่วนบนของหน้านี้ที่มาจากเอกสารช่วงต้นโครงการ
ตัวเลขเก่าไม่ได้ผิด แต่เป็นคนละขอบเขต ขอบเขตการจัดซื้อเมื่อ มิ.ย. 2569 ระบุไว้ที่ผู้ให้บริการ 14 ราย จำนวน 24 โมเดล ส่วนตัวเลขมากกว่า 30 โมเดลคือสิ่งที่แพลตฟอร์มประกาศตอนเปิดใช้
ข้อควรระวังคือชื่อรุ่นของโมเดลที่สื่อไทยลิสต์ไว้ เช่น GPT-5.6, Claude Opus 5, Gemini 3.1 Pro, Grok 4.3 และ Pathumma LLM ไม่ปรากฏเป็นชื่อรุ่นบนหน้าเว็บของโครงการเอง หน้าเว็บระบุเพียงชื่อค่าย เช่น ChatGPT, Claude, Gemini, Perplexity, DeepSeek, Mistral AI, Moonshot AI, xAI, Z.ai และ Pathumma ThaiLLM พร้อมข้อความว่ารวม AI Pro กว่า 14 ค่าย ชื่อรุ่นทั้งหมดจึงเป็นสิ่งที่สื่อรายงาน ไม่ใช่สิ่งที่โครงการประกาศเอง
รายละเอียดการลงทะเบียนที่คนติดกันมากที่สุด
ระบบไม่รองรับการเปิดผ่านโหมดไม่ระบุตัวตนของเบราว์เซอร์ ถ้อยคำในคู่มือคือ "ต้องเปิดผ่านเบราว์เซอร์ในโหมดปกติ เท่านั้น ระบบไม่รองรับการลงทะเบียนผ่านโหมดไม่ระบุตัวตนหรือ Incognito/Private Window" (เดลินิวส์)
ขั้นตอนคือสมัครด้วยบัญชี Google, Microsoft หรือ Apple แล้วยืนยันตัวตนผ่านแอปทางรัฐหรือ ThaiD จากนั้นบัญชีจะถูกเก็บไว้รอเปิดใช้งานจริงวันที่ 31 ส.ค.
ไทม์ไลน์ทั้งชุดคือ 19 ส.ค. เปิดทดสอบระบบลงทะเบียน 28 ส.ค. เปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการ และ 31 ส.ค. เริ่มใช้โมเดลได้จริง โดยวันที่ 28 ส.ค. มาจากการแถลงไทม์ไลน์ของรัฐมนตรีช่วงกลางเดือน ไม่ได้อยู่ในข่าววันเปิด ลงทะเบียน (กรุงเทพธุรกิจ)
ข้อควรระวังคือข่าวชุดวันที่ 18-19 ส.ค. ที่ใช้อ้างอิงในหัวข้อนี้เขียนคำอธิบายในนามหน่วยงานทั้งหมด ไม่ได้อ้าง คำพูดของบุคคล ส่วนคำถามเรื่องความจุของระบบซึ่งเคยถูกตั้งคำถามในชั้นกรรมาธิการ มีคำตอบแล้วในหัวข้อถัดไป คือตลอดวันแรก ไม่มีรายงานว่าระบบลงทะเบียนล่ม จุดที่ติดขัดคือขั้นตอนยืนยันตัวตนซึ่งเป็นระบบคนละตัว
ข้อมูลในส่วนถัดจากนี้เป็นสถานะ ณ วันที่ 9 ส.ค. 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่สัญญาฉบับแก้ไขยังไม่ปิด เรื่องนี้เคลื่อนเป็นวัน
ตัวเลขที่ควรใช้อ้างอิง
ค่าจ้างที่ชนะการประมูลคือ 1,621 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลางที่ราว 1,650 ล้านบาทประมาณ 1.76% โดยคู่สัญญา เป็นกิจการร่วมค้าของบริษัทไทย ไม่ใช่ผู้ให้บริการ AI โดยตรง (ฐานเศรษฐกิจ · The Momentum)
ตัวเลขนี้สำคัญเพราะรายงานบางฉบับใช้คำว่างบประมาณกว่า 1,500 ถึง 1,600 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าค่าจ้างที่ชนะ ประมูลจริง เวลาอ้างตัวเลขจึงควรใช้ 1,621 ล้านบาท
ระยะเวลาให้สิทธิใช้งานคือหนึ่งปี อัตราต่อหัวที่ปรากฏในการเจรจาอยู่ที่ราว 27 บาทต่อคนต่อเดือน และมีรายงานว่า ลดลงเหลือราว 25 บาทต่อคนต่อเดือน โดยแหล่งที่รายงานระบุเองว่าตัวเลขนี้ยังไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย (mgronline)
สิ่งที่เป็นข่าวเมื่อ 9 ส.ค. 2569
ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระบุว่าตามกรอบสัญญา โครงการจะต้อง เริ่มดำเนินการช้าที่สุดภายในวันที่ 1 ก.ย. 2569 (กรุงเทพธุรกิจ)
สาระที่รัฐมนตรีระบุว่าเปลี่ยนคือรูปแบบการจ่ายเงิน จากเดิมที่จ่ายแบบเหมา มาเป็นการจ่ายตามจำนวนผู้ใช้งานจริง รายเดือน โดยยังคงเพดานไว้ที่ 5 ล้านคน คำอธิบายที่ยกมาคือหากมีผู้ลงทะเบียนครบ 5 ล้านคน แต่เดือนใดมี ผู้ใช้งานจริงเพียง 4 ล้านคน รัฐจะจ่ายเฉพาะผู้ใช้งาน 4 ล้านคนในเดือนนั้น
เหตุผลที่รัฐมนตรียกมาสนับสนุนโครงการคือการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยี พร้อมเล่าจากการลงพื้นที่ ว่าพบครูที่ใช้บริการฟรีได้เพียงราวสี่คำสั่งก่อนต้องรอวันถัดไป เรื่องเล่านี้เป็นคำของเจ้าของโครงการเอง ไม่ได้ระบุ ว่าเป็นบริการตัวไหน และยืนยันจากภายนอกไม่ได้ จึงไม่ควรอ้างเป็นข้อเท็จจริงเรื่องข้อจำกัดของบริการฟรีทั่วไป
จุดที่ต้องระวังที่สุดคือแนวคิดการจ่ายตามผู้ใช้งานจริงไม่ใช่ของใหม่ของวันนี้ มีรายงานครั้งแรกตั้งแต่ 25 มิ.ย. 2569 และตัวรายงานล่าสุดเองระบุว่าขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดและคาดว่าจะได้ข้อสรุปในสัปดาห์ถัดไป แปลว่าสัญญาฉบับแก้ไขยังไม่ลงนาม
วันที่ 1 ก.ย. คืออะไร
วันที่ 1 ก.ย. 2569 เป็นเพดานตามกรอบสัญญา คือช้าที่สุดต้องเริ่มภายในวันนั้น ไม่ใช่วันเปิดที่ยืนยันแล้ว ความต่างนี้มีน้ำหนักเพราะโครงการนี้เคยตั้งเป้าเปิดวันที่ 1 ก.ค. 2569 แล้วไม่ทัน จึงเลื่อนมาแล้วหนึ่งรอบ
คำถามข้อนี้ปิดแล้วเมื่อ 31 ส.ค. 2569 โครงการเปิดใช้งานจริงก่อนถึงเพดานหนึ่งวัน รายละเอียดอยู่ในหัวข้อ อัปเดต 31 ส.ค. 2569 ด้านบน
ไทม์ไลน์
โครงการนี้ไม่ได้เริ่มเป็นข่าวเมื่อกลางปี 2569 แต่เริ่มกระบวนการจัดซื้อตั้งแต่ปลายปี 2568
ประกาศแผนจัดซื้อเมื่อ 17 พ.ย. 2568 แล้วประกาศขอบเขตงานให้วิจารณ์ระหว่าง 15 ถึง 22 ธ.ค. 2568 จากนั้นเปิดประมูลด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ระหว่าง 24 ธ.ค. 2568 ถึง 26 ม.ค. 2569 โดยมีผู้ยื่นข้อเสนอ 3 ราย
ตัวโครงการกลายเป็นข่าวสาธารณะและมีการแถลงทางการช่วง 28 ถึง 29 พ.ค. 2569 หลังจากนั้นเดือน มิ.ย. 2569 เกิดการตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใส มีเวทีชี้แจงเมื่อ 11 มิ.ย. และเริ่มเจรจาแก้สัญญาตั้งแต่ 16 มิ.ย. จนพลาดเป้า เปิดวันที่ 1 ก.ค. ต่อมาช่วงต้นเดือน ส.ค. 2569 สำนักงานอัยการสูงสุดส่งสัญญาฉบับแก้ไขคืน แล้วจึงมาถึงกรอบ ว่าต้องเปิดก่อน 1 ก.ย. 2569
รายชื่อ 12 โมเดลยังไม่เคยเปิดเผย
ข้อนี้ต้องเขียนไว้ให้ชัดเพราะมีข้อมูลผิดแพร่หลาย คำแถลงทางการระบุเพียงว่าเป็น AI ระดับ Pro หรือ Premium จำนวน 12 โมเดลจากผู้ให้บริการชั้นนำของโลก และไม่เคยเปิดรายชื่อทั้ง 12 โมเดล
รายชื่อยี่ห้อที่ปรากฏตามสื่อบางแห่งเป็นการคาดการณ์ของผู้เขียนข่าว โดยรายงานที่เป็นต้นทางของรายชื่อนั้น ใช้คำว่าคาดว่าจะครอบคลุมโมเดลจากบริษัทเหล่านี้ ไม่ใช่การยืนยัน (InfoQuest) การหยิบรายชื่อนั้นไปเขียนว่าเป็นโมเดลในโครงการ จึงเป็นข้อมูลผิด
สิ่งที่ทางการระบุจริงในบริบทที่ต่างออกไปคือชื่อบริษัทที่ร่วมพัฒนาหลักสูตร โดยระบุว่าส่วนการเรียนรู้พัฒนาร่วมกับ Google, Microsoft และ OpenAI ซึ่งเป็นความร่วมมือด้านหลักสูตร ไม่ใช่การระบุว่าโมเดลของใครอยู่ในสิทธิ 12 โมเดล (MDES)
ข้อคัดค้านและคำชี้แจง
ฝ่ายที่คัดค้านมีสาระหลักห้าข้อ ข้อแรกคือเป้า 5 ล้านคนไม่มีการศึกษาความต้องการรองรับ ข้อที่สองคือข้อกำหนด ขอบเขตงานถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจล็อกสเปก ให้ระยะเวลายื่นข้อเสนอสั้นผิดปกติ และมีการพบไฟล์นำเสนอที่สร้างขึ้น เมื่อ 27 ต.ค. 2568 ซึ่งเป็นเวลาก่อนการประกาศประมูลในเดือน ธ.ค. 2568 ข้อที่สามคือความคุ้มค่า โดยเห็นว่า การซื้อโควตาแบบรวมศูนย์มีต้นทุนต่ำกว่าและเงินส่วนใหญ่ไหลออกนอกประเทศ ข้อที่สี่คือความกังวลเรื่อง ผลประโยชน์ทับซ้อน ข้อที่ห้าคือความกังวลเรื่องอธิปไตยข้อมูลและคำสั่งที่ผู้ใช้ 5 ล้านคนจะพิมพ์เข้าไป (The Standard)
เมื่อ 21 มิ.ย. 2569 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน เรียกร้องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติเข้าตรวจสอบเองโดยไม่ต้องรอผู้ร้อง โดยอ้างกฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคา ต่อหน่วยงานของรัฐ (The Standard) และเมื่อ 22 มิ.ย. 2569 มีแถลงการณ์ร่วมของ 16 องค์กรด้านเทคโนโลยี (แนวหน้า)
ฝ่ายรัฐยืนยันว่าดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายครบถ้วน โปร่งใสและตรวจสอบได้ ไม่มีการล็อกสเปก จะไม่ชะลอและ ไม่ยกเลิกโครงการ แต่พร้อมรีเซ็ตทั้งหมดหากพบว่าผิดกฎหมาย และระบุว่าข้อมูลผู้ใช้จะเก็บบนคลาวด์ในประเทศไทย โดยผู้ให้บริการนำไปฝึกโมเดลต่อไม่ได้ (The Standard)
คำถามข้อนี้ปิดแล้ว ข้อความเดิมของหัวข้อนี้ระบุว่า ณ วันที่ 9 ส.ค. 2569 ยังยืนยันไม่ได้ว่ามีการยื่นเรื่องต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเป็นทางการแล้วหรือไม่ ตอนนี้ยืนยันได้แล้วว่ามีการยื่นจริง และมีมากกว่าหนึ่งฉบับ โดยเมื่อ 20 ส.ค. 2569 เลขาธิการของคณะกรรมการระบุเองว่าเรื่องอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และมีคำร้องฉบับล่าสุดยื่นเมื่อ 1 ก.ย. 2569 รายละเอียดอยู่ในหัวข้ออัปเดต 1 ก.ย. 2569 ด้านบน
เรื่องที่คนเข้าใจผิดบ่อย
หนึ่ง ก่อนวันที่ 31 ส.ค. 2569 หลายคนเข้าใจสลับกันระหว่างวันเปิดลงทะเบียนกับวันเปิดใช้งานจริง สองวันนี้ ห่างกันเกือบสองสัปดาห์ คือลงทะเบียนล่วงหน้าได้ตั้งแต่ 19 ส.ค. แต่เริ่มใช้โมเดลได้จริงวันที่ 31 ส.ค. เท่านั้น และก่อนหน้านั้นโครงการเคยเลื่อนมาแล้วหนึ่งรอบจากเป้าเดิมวันที่ 1 ก.ค. 2569
สอง มีการเผยแพร่รายชื่อยี่ห้อ AI ที่จะได้ใช้ ทั้งที่รายชื่อนั้นเป็นการคาดการณ์ของสื่อ ไม่ใช่ประกาศของรัฐ
สาม คนมักเข้าใจว่าคู่สัญญาคือบริษัท AI ต่างชาติ ความจริงคือคู่สัญญาเป็นกิจการร่วมค้าของบริษัทไทย
สี่ ตัวเลขงบที่แชร์กันบ่อยคือ 1,500 ถึง 1,600 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าค่าจ้างที่ชนะประมูลจริงที่ 1,621 ล้านบาท
สิ่งที่คนทำงานไทยหยิบไปใช้ได้
โครงการเปิดใช้งานจริงแล้วตั้งแต่ 31 ส.ค. 2569 คนไทยที่ได้สิทธิจึงใช้เครื่องมือ AI ระดับที่ต้องจ่ายเงินได้ฟรี หนึ่งปี ซึ่งเปลี่ยนสภาพการแข่งขันของคนทำงานในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน สิ่งที่ควรทำตอนนี้คืออ่านเงื่อนไขให้ครบ ก่อนย้ายงานประจำมาผูกกับสิทธินี้ เพราะสิทธิมีเพดานและต้องผ่านการประเมินก่อน
สองวันที่ต้องจดไว้คือ 30 พ.ย. 2569 ซึ่งเป็นเส้นตายของโปรโมชันอัปเกรดเป็นระดับ Pro ฟรี 30 วัน และ 31 ส.ค. 2570 ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดโครงการ สิทธิฟรีที่มีวันหมดอายุคือสิ่งที่ต้องวางแผนย้ายกลับตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่ตอนใกล้หมด
เรื่องที่ควรคิดตั้งแต่วันนี้คือคำถามเรื่องข้อมูล เพราะการพิมพ์งานของบริษัทเข้าเครื่องมือที่รัฐจัดหาให้ ยังต้องอ่าน เงื่อนไขเองว่าข้อมูลไปอยู่ที่ไหนและใครเข้าถึงได้ คำยืนยันเรื่องเก็บข้อมูลในประเทศเป็นคำของฝ่ายรัฐ ซึ่งควรอ่าน คู่กับเงื่อนไขการใช้บริการฉบับจริงเมื่อเปิดใช้
คำถามที่ยังไม่มีคำตอบ
รายชื่อ 12 โมเดลยังไม่เปิดเผย จึงยังประเมินไม่ได้ว่าสิทธิที่ได้ครอบคลุมเครื่องมือที่คนทำงานใช้จริงหรือไม่
สัญญาฉบับแก้ไขยังไม่ลงนาม เงื่อนไขการจ่ายตามผู้ใช้งานจริงจึงยังไม่ใช่ข้อผูกพันที่ตรวจสอบได้
ยังไม่มีรายละเอียดว่าการวัดผู้ใช้งานจริงรายเดือนนับอย่างไร ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่ารัฐจะจ่ายเท่าไรจริง
ยังไม่ทราบผลการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และยังไม่ทราบว่าเฟสถัดไปของโครงการจะได้รับจัดสรร งบประมาณหรือไม่
ยังไม่ทราบว่าจำนวนผู้ใช้งานจริงรายเดือนซึ่งเป็นฐานการจ่ายเงินจะอยู่ที่เท่าไร ตัวเลข 101,764 คนของวันแรก เป็นภาพสี่ชั่วโมงครึ่ง ไม่ใช่ค่ารายเดือน และยังไม่มีการเผยแพร่ตัวเลขรายเดือนชุดแรก
ยังยืนยันไม่ได้ว่าระดับผู้สร้างสรรค์ที่ใช้ในโปรโมชัน 30 วัน เป็นระดับเดียวกับ Innovator ที่เป็นฐานการจ่ายเงิน ในอัตรา 24.70 บาทต่อคนต่อเดือนหรือไม่
Sources (35)
- https://aipass.go.th/ fetched 2026-09-01
- https://www.dailynews.co.th/news/6152887/ fetched 2026-09-01
- https://it24hrs.com/2026/th-ai-passport-ai-skills-launch/ fetched 2026-09-01
- https://www.thaipbs.or.th/now/content/4371 fetched 2026-09-01
- https://www.thaipbs.or.th/live/special/286901 fetched 2026-09-01
- https://www.matichon.co.th/politics/news_5854850 fetched 2026-09-01
- https://thestandard.co/th-ai-passport-ai-platform-launch/ fetched 2026-08-31
- https://techsauce.co/news/thai-passport-aipass-registration-guide fetched 2026-08-31
- https://www.dailynews.co.th/news/6121785/ fetched 2026-08-20
- https://www.dailynews.co.th/news/6120416/ fetched 2026-08-20
- https://www.dailynews.co.th/news/6119677/ fetched 2026-08-20
- https://www.dailynews.co.th/news/6121429/ fetched 2026-08-20
- https://www.bangkokbiznews.com/tech/ai/1248075 fetched 2026-08-20
- https://www.bangkokbiznews.com/tech/ai/1248123 fetched 2026-08-20
- https://www.thaipost.net/general-news/1053358/ fetched 2026-08-20
- https://www.thairath.co.th/news/politic/2953862 fetched 2026-08-20
- https://www.thaipbs.or.th/news/content/509579 fetched 2026-08-20
- https://www.springnews.co.th/digital-tech/technology/864692 fetched 2026-08-20
- https://www.dailynews.co.th/news/6119371/ fetched 2026-08-19
- https://www.dailynews.co.th/news/6119310/ fetched 2026-08-19
- https://mgronline.com/cyberbiz/detail/9690000081417 fetched 2026-08-19
- https://www.posttoday.com/ai-today/747177 fetched 2026-08-19
- https://www.bangkokbiznews.com/tech/ai/1248008 fetched 2026-08-19
- https://www.bangkokbiznews.com/economics/1247433 fetched 2026-08-19
- https://de.aipass.net/ fetched 2026-08-19
- https://www.bangkokbiznews.com/tech/ai/1246545 fetched 2026-08-09
- https://mdes.go.th/news/detail/11066 fetched 2026-08-09
- https://mgronline.com/cyberbiz/detail/9690000060772 fetched 2026-08-09
- https://themomentum.co/feature-th-ai-passport/ fetched 2026-08-09
- https://thestandard.co/natthaphong-pacc-th-ai-passport-probe/ fetched 2026-08-09
- https://thestandard.co/th-ai-passport-corruption-spec-lock/ fetched 2026-08-09
- https://thestandard.co/th-ai-passport-de-answers/ fetched 2026-08-09
- https://www.thansettakij.com/technology/660245 fetched 2026-08-09
- https://www.naewna.com/politic/972351 fetched 2026-08-09
- https://www.infoquest.co.th/2026/597192 fetched 2026-08-09
คอร์สปูพื้นฐานให้คนทำงานเริ่มใช้ AI กับงานจริงได้ตั้งแต่สัปดาห์แรก ไม่ต้องมีพื้นฐานสายเทคนิค เน้นงานที่ทำทุกวัน
อ่านจบแล้วอยากตามเรื่อง AI แบบนี้ต่อทุกวัน เรามีสรุปข่าวภาษาไทยส่งทาง LINE ทุกเช้า กดเพิ่มเพื่อนไว้ได้เลย ไม่มีค่าใช้จ่าย