Sensitivity label
ป้ายระดับความลับที่ติดไว้กับไฟล์และอีเมล เป็นตัวที่ทำให้กฎความปลอดภัยของ AI ทำงานได้ ถ้าไม่มีใครติดป้าย กฎก็ไม่มีอะไรให้จับ
Sensitivity label คือป้ายที่ติดไว้กับไฟล์หรืออีเมลเพื่อบอกว่าเนื้อหานั้นอ่อนไหวระดับไหน ตัวอย่างชุดป้ายที่เอกสารของ microsoft-purview ยกมาคือ Highly Confidential, Confidential, Internal, Public และ Personal เมื่อเปิดไฟล์ใน Word, Excel, PowerPoint หรือเปิดอีเมลใน Outlook ผู้ใช้จะเห็นชื่อป้ายและเครื่องหมายที่ตั้งไว้ เช่น ข้อความหัวกระดาษหรือท้ายกระดาษ ป้ายจึงทำสองหน้าที่พร้อมกัน คือบอกคนที่เปิดอ่านว่าเอกสารนี้ระดับไหน และบอกระบบว่าต้องปฏิบัติกับเอกสารนี้อย่างไร
หน้าที่ที่สองคือจุดที่มันเกี่ยวกับ AI โดยตรง เอกสารระบุว่าเมื่อป้ายนั้นใส่การเข้ารหัสไว้ ผู้ใช้ต้องมีสิทธิ์ EXTRACT เพิ่มจากสิทธิ์ VIEW แอป AI จึงจะส่งข้อมูลนั้นกลับมาได้ และการป้องกันนี้ยังครอบไปถึงข้อมูลที่เก็บอยู่นอก tenant เมื่อเปิดในแอป Office เช่น ไฟล์ในเครื่อง ในไดรฟ์เครือข่าย หรือในคลาวด์เจ้าอื่น นอกจากนี้ป้ายยังใช้เป็นเงื่อนไขของนโยบาย dlp ได้ คือสั่งไม่ให้ Copilot เอาไฟล์หรืออีเมลที่ติดป้ายบางระดับไปใช้ประกอบคำตอบ พฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริงถูกอธิบายไว้ละเอียดว่ารายการที่ถูกกันไว้จะยังโผล่ในรายการอ้างอิงของคำตอบอยู่ แต่เนื้อหาข้างในจะไม่ถูกนำมาใช้และ Copilot เข้าไม่ถึง
สำหรับองค์กรไทย นี่คือจุดที่แผนความปลอดภัย AI ส่วนใหญ่ล้มโดยไม่รู้ตัว เพราะเครื่องมือควบคุมทั้งหมดตั้งอยู่บนสมมติฐานว่ามีคนติดป้ายไว้แล้ว ถ้าเอกสารในองค์กรยังไม่มีป้ายเลย นโยบายที่ตั้งไว้สวยงามก็จะไม่มีอะไรให้จับและไม่ทำงานสักข้อ ลำดับที่ควรทำจึงเป็นออกแบบชุดป้ายให้น้อยและเข้าใจง่ายก่อน อย่าเริ่มด้วยเจ็ดระดับที่ไม่มีใครจำได้ จากนั้นค่อยตั้งกฎติดป้ายอัตโนมัติกับที่เก็บเอกสารสำคัญ แล้วจึงไปตั้งนโยบายว่า AI ห้ามแตะป้ายไหน คำแนะนำที่เอกสารย้ำเพิ่มคือให้เปิดใช้ sensitivity label กับ SharePoint และ OneDrive ด้วย เพราะถ้าไม่เปิด ไฟล์ที่เข้ารหัสซึ่ง Copilot จะจัดการได้จะจำกัดอยู่แค่ไฟล์ที่กำลังเปิดค้างในแอป Office บน Windows เท่านั้น
ตัวอย่างจากบทสนทนาจริง
ฝ่ายกฎหมาย: "เราไม่อยากให้ AI เอาสัญญาลูกค้ามาสรุปให้ใครก็ได้ในบริษัทค่ะ ตั้งค่าห้ามได้ไหมคะ"
ผู้ดูแลระบบ: "ตั้งได้ครับ แต่ต้องทำสองชั้น ชั้นแรกคือติด sensitivity label ให้ไฟล์สัญญาก่อน ซึ่งตอนนี้เรายังไม่ได้ติดเลยสักไฟล์ ชั้นที่สองคือตั้งนโยบายว่าห้าม Copilot ประมวลผลไฟล์ที่ติดป้ายนั้น ถ้าข้ามชั้นแรกไปตั้งชั้นสองเลย นโยบายจะไม่มีอะไรให้จับและเหมือนไม่ได้ทำอะไรครับ ผมเสนอให้เริ่มจากตั้งกฎติดป้ายอัตโนมัติที่โฟลเดอร์สัญญาก่อน แล้วค่อยเปิดนโยบาย ขอเตือนไว้อย่างหนึ่งครับ ชื่อไฟล์จะยังโผล่ในรายการอ้างอิงอยู่ แค่เนื้อในไม่ถูกเอามาใช้ ถ้าแค่ชื่อไฟล์ก็ไม่อยากให้เห็น ต้องไปแก้ที่สิทธิ์การเข้าถึงแทนครับ"
ระวังสับสนกับ
- dlp : sensitivity label เป็นการติดป้ายว่าเนื้อหาอ่อนไหวแค่ไหน ส่วน DLP คือกฎที่ตัดสินว่าจะทำอะไรกับเนื้อหาที่ติดป้ายนั้น อันหนึ่งเป็นการจำแนก อีกอันเป็นการบังคับใช้ ต้องมีทั้งคู่จึงจะได้ผล
- microsoft-purview : Purview เป็นชุดผลิตภัณฑ์ที่รวมเครื่องมือกำกับข้อมูลไว้ทั้งหมด ส่วน sensitivity label เป็นความสามารถหนึ่งในนั้น พูดถึง Purview จึงกว้างกว่ามาก
- oversharing : oversharing เป็นปัญหาที่สิทธิ์การเข้าถึงถูกตั้งไว้กว้างเกินจริงจนคนเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็น การติดป้ายไม่ได้แก้เรื่องสิทธิ์ให้ ต้องไปจัดระเบียบการแชร์ต่างหาก
Sources (2)
- https://learn.microsoft.com/en-us/purview/ai-microsoft-purview fetched 2026-08-06
- https://learn.microsoft.com/en-us/purview/dlp-microsoft365-copilot-location-learn-about fetched 2026-08-06
อ่านจบแล้วอยากตามเรื่อง AI แบบนี้ต่อทุกวัน เรามีสรุปข่าวภาษาไทยส่งทาง LINE ทุกเช้า กดเพิ่มเพื่อนไว้ได้เลย ไม่มีค่าใช้จ่าย