Dictionary · ความปลอดภัยและสังคม · 221 / 291

Copyright and AI

ประเด็นกฎหมายสองด้านของยุค AI: เอางานมีลิขสิทธิ์ไปฝึกโมเดลได้แค่ไหน และผลงานที่ AI สร้างมีลิขสิทธิ์เป็นของใคร ซึ่งศาลทั่วโลกยังตัดสินไม่ตรงกัน

Copyright and AI (ลิขสิทธิ์กับ AI) คือกลุ่มประเด็นกฎหมายที่เกิดจากการมาถึงของ generative-ai แยกได้เป็นสองคำถามใหญ่ คำถามแรกอยู่ฝั่งขาเข้า: การเอางานที่มีลิขสิทธิ์ เช่น หนังสือ บทความข่าว ภาพถ่าย ไปรวมเป็น dataset สำหรับ training model โดยไม่ได้ขออนุญาตเจ้าของ ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ หรือเข้าข่าย fair use (การใช้งานโดยธรรม) ฝั่งบริษัท AI มองว่าเป็นการใช้แบบ transformative คือโมเดลเรียนรู้ pattern ไม่ได้ก๊อปงานไปขายตรงๆ ส่วนฝั่งเจ้าของงานมองว่านี่คือการเอางานของเขาไปสร้างสินค้าที่กลับมาแข่งกับเขาเองโดยไม่จ่ายสักบาท คำถามที่สองอยู่ฝั่งขาออก: ผลงานที่ AI สร้างขึ้นมีลิขสิทธิ์หรือไม่ และถ้ามี เป็นของใคร

สถานะปัจจุบันคือ "ยังไม่นิ่ง" ฝั่งขาออก สำนักงานลิขสิทธิ์สหรัฐ (US Copyright Office) ยึดหลัก human authorship: งานที่ไม่ได้สร้างโดยมนุษย์จดลิขสิทธิ์ไม่ได้ โดยออกรายงานชุด 3 ตอน ได้แก่ Part 1 เรื่อง digital replicas (กรกฎาคม 2024) ที่เสนอให้ออกกฎหมายกลางคุ้มครองหน้าตาและเสียงคนจริง · Part 2 เรื่อง copyrightability (มกราคม 2025) ที่ยืนยันว่างานซึ่ง AI กำหนด expressive elements เองทั้งหมดไม่ได้รับความคุ้มครอง แต่งานที่ใช้ AI ช่วยโดยยังเห็นการสร้างสรรค์ของมนุษย์ชัดเจนคุ้มครองได้ · และ Part 3 เรื่องการนำงานมีลิขสิทธิ์ไปฝึก generative AI (ฉบับ pre-publication พฤษภาคม 2025) ส่วนฝั่งขาเข้า คดีดังทยอยเข้าศาล เช่น The New York Times ฟ้อง openai กับ Microsoft (ธันวาคม 2023 และศาลปฏิเสธคำขอยกฟ้องในมีนาคม 2025) · Getty Images ฟ้อง Stability AI ผู้พัฒนา stable-diffusion ฐานใช้ภาพราว 12 ล้านภาพโดยไม่มี license · กลุ่มศิลปินฟ้อง Stability, midjourney และ DeviantArt · กลุ่มนักเขียนฟ้อง anthropic ซึ่งผู้พิพากษาตัดสินว่าการฝึกจากหนังสือที่ซื้อมาถูกต้องเข้าข่าย fair use แต่การใช้ไฟล์ละเมิดลิขสิทธิ์เป็นปัญหา จนจบด้วยการยอมความมูลค่าราว 1.5 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่คดีของ Meta ศาลตัดสินในมิถุนายน 2025 ว่าการฝึกโมเดลในคดีนั้นเข้าข่าย fair use แต่ย้ำว่าไม่ใช่ใบเบิกทางให้ทุกกรณี

คนทำงานยุค AI ต้องรู้เรื่องนี้เพราะมันกระทบงานจริงสองทาง ทางแรก ถ้าคุณใช้ AI สร้างชิ้นงานเชิงพาณิชย์ เช่น ภาพโฆษณาจากเครื่องมือ text-to-image งานนั้นอาจไม่ได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์เต็มที่ แปลว่าคู่แข่งเอาไปใช้ต่อได้โดยคุณฟ้องยาก ทางที่สอง กติกาแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน: EU มีข้อยกเว้น text and data mining ที่เปิดให้เจ้าของงาน opt-out และ eu-ai-act กำหนดให้ผู้พัฒนา general-purpose AI ต้องเผยแพร่สรุปข้อมูลที่ใช้ฝึก ขณะที่ศาลอินเทอร์เน็ตปักกิ่งเคยรับรองลิขสิทธิ์ในภาพที่สร้างด้วย AI (พฤศจิกายน 2023) สวนทางกับแนวทางสหรัฐ องค์กรที่ใช้ AI จึงควรมี ai-policy ที่ระบุชัดว่าเครื่องมือไหนใช้กับงานลูกค้าได้ และต้องเก็บหลักฐานการทำงานของมนุษย์ในแต่ละชิ้นงานไว้เสมอ

ตัวอย่างจากบทสนทนาจริง

ทีมการตลาด: "ภาพแคมเปญที่เราใช้ Midjourney ทำเมื่อเดือนก่อน มีเพจอื่นก๊อปไปใช้เฉยเลย เราฟ้องได้ใช่ไหมคะ ก็ภาพของเรานี่"

ที่ปรึกษา: "ไม่แน่ครับ นี่คือประเด็น Copyright and AI ตรงๆ เลย ถ้าภาพนั้น AI generate ล้วนๆ จาก prompt สั้นๆ แนวทางของสำนักงานลิขสิทธิ์สหรัฐถือว่าไม่มี human authorship เพียงพอ งานแบบนั้นอาจไม่มีลิขสิทธิ์ให้ละเมิดตั้งแต่แรก แต่ถ้าทีมเรา retouch จัดองค์ประกอบ ใส่งานสร้างสรรค์ของคนลงไปชัดเจน ส่วนที่มนุษย์ทำยังคุ้มครองได้อยู่ ทางที่ดีเก็บไฟล์ขั้นตอนการทำงานไว้เป็นหลักฐาน และปรึกษานักกฎหมายก่อน เพราะแต่ละประเทศตีความเรื่องนี้ไม่เหมือนกัน"

ระวังสับสนกับ

  • data-privacy / pdpa : ลิขสิทธิ์คุ้มครอง "งานสร้างสรรค์" ส่วนกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลคุ้มครอง "ข้อมูลของตัวบุคคล" เป็นคนละเรื่องกัน การเก็บข้อมูลมาฝึก AI ชุดเดียวอาจโดนทั้งสองประเด็นพร้อมกัน แต่ต้องวิเคราะห์แยกคนละกฎหมาย
  • deepfake / digital replica : การปลอมหน้าหรือเสียงของคนจริงไม่ใช่ประเด็นลิขสิทธิ์โดยตรง เพราะหน้าตาและเสียงไม่ใช่ "งาน" ที่มีลิขสิทธิ์ สำนักงานลิขสิทธิ์สหรัฐจึงเสนอในรายงาน Part 1 ให้ออกกฎหมาย digital replica แยกต่างหากมาอุดช่องนี้

ดูคำนี้ใน Knowledge Atlas →

■ ไม่อยากพลาดของใหม่

อ่านจบแล้วอยากตามเรื่อง AI แบบนี้ต่อทุกวัน เรามีสรุปข่าวภาษาไทยส่งทาง LINE ทุกเช้า กดเพิ่มเพื่อนไว้ได้เลย ไม่มีค่าใช้จ่าย

เพิ่มเพื่อนใน LINE →
QR เพิ่มเพื่อน LINE ของ TRAINIAC AIคอมพิวเตอร์สแกนด้วยมือถือได้เลย

Content provenanceData poisoning