Dictionary · AI ในองค์กร · 266 / 291

Microsoft Copilot Studio

เครื่องมือ low-code ของ Microsoft ให้องค์กรสร้าง AI agent ของตัวเอง ต่อกับข้อมูลบริษัทผ่าน knowledge source และ connector ต่อยอดมาจาก Power Virtual Agents

Microsoft Copilot Studio คือเครื่องมือแบบ low-code ของ Microsoft ที่ให้คนในองค์กรสร้าง agent ของตัวเองได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ดเยอะ (เอกสารยุคแรกเรียกสิ่งที่สร้างว่า copilot ปัจจุบัน Microsoft เปลี่ยนมาใช้คำว่า agent หมดแล้ว) หน้าจอเป็นแบบกราฟิก low-code กำหนด instruction ว่า agent ต้องทำอะไร แล้วต่อเข้ากับ knowledge source (เอกสาร ฐานข้อมูล เว็บไซต์ขององค์กร) และ connector ทั้งแบบสำเร็จรูปและกำหนดเอง ให้ agent ไปดึงข้อมูลจริงของบริษัทมาตอบคำถามหรือลงมือทำงานแทนคนได้ เช่น ตอบคำถามลูกค้าเรื่องนโยบายคืนสินค้า หรือเช็กสต็อกสินค้าก่อนยืนยันออเดอร์

เบื้องหลัง Copilot Studio ต่อยอดมาจาก Power Virtual Agents เครื่องมือสร้างแชทบอทแบบ low-code ที่ Microsoft มีอยู่ก่อนแล้ว โดย Microsoft ประกาศรวมเข้าเป็นแบรนด์ Microsoft Copilot Studio ในงาน Microsoft Ignite เมื่อ 15 พฤศจิกายน 2023 พร้อมเพิ่มความสามารถ generative-ai เข้าไปเต็มตัว ตัว agent ตอบแบบ generative answer ด้วยโมเดลภาษาตระกูล gpt ซึ่งยืดหยุ่นกว่าการตอบตามสคริปต์ที่เขียนไว้ล่วงหน้า (classic answer) ส่วนการจับใจความคำถามของผู้ใช้ เอกสารระบุว่าใช้โมเดล NLU ที่ปรับแต่งมาเฉพาะ ไม่ใช่โมเดลตัวเดียวกัน · ปัจจุบันคนสร้าง agent เลือกโมเดลหลักเองได้จากหน้า Overview และต่อโมเดลของตัวเองจาก Azure AI Foundry เข้ามาใช้ได้ด้วย (โมเดลที่เอามาเองคิดเงินแยกจาก Copilot Credit) ส่วนที่เอกสารระบุว่าใช้ Azure OpenAI GPT ตัวเดียวกับที่ใช้ใน Bing คือฟีเจอร์ช่วยสร้าง topic จากคำอธิบายภาษาธรรมดาตอนออกแบบ ไม่ใช่โมเดลที่ตอบคำถามตอนใช้งานจริง และ Copilot Studio ยังอยู่ในตระกูล Power Platform เดียวกับ power-automate เชื่อมข้อมูลผ่าน Microsoft Dataverse ได้ ทำให้ agent ที่สร้างต่อเข้ากับระบบงานอื่นของ Microsoft ได้ทั้งก้อน

จุดที่คนทำงานในองค์กรไทยควรรู้คือเรื่องค่าใช้จ่าย: Copilot Studio คิดเงินเป็นหน่วย Copilot Credit ที่องค์กรซื้อโควตารวมไว้ทั้ง tenant แล้วแต่ละการทำงานของ agent หักแต้มไม่เท่ากัน เช่น การตอบแบบ generative answer หัก 2 เครดิต ส่วนการให้ agent ลงมือทำงาน (agent action) หัก 5 เครดิต ถ้ามีคนใช้เยอะหรือ agent ถูกออกแบบให้ทำงานซับซ้อน ค่าใช้จ่ายพุ่งได้เร็วกว่าที่คาด และถ้า tenant ที่ใช้โมเดลซื้อโควตาล่วงหน้า (prepaid) ใช้ถึง 125% ของโควตาที่ซื้อไว้ ระบบจะปิด custom agent อัตโนมัติ โดยบทสนทนาที่คุยค้างอยู่จะไม่ถูกตัดกลางคัน แต่จะปิดหลังจบบทสนทนานั้น แล้วเรียกใช้ใหม่ไม่ได้จนกว่าจะเพิ่มโควตาหรือโควตารีเซ็ตรอบใหม่ ถ้าองค์กรผูก pay-as-you-go กับ Azure subscription ไว้ ส่วนที่เกินจะไปคิดเงินที่ Azure แทน ไม่โดนปิด agent อีกเรื่องคือสิทธิ์และ governance: แอดมินเป็นคนจัดสรรโควตาเครดิตให้แต่ละ environment ตั้งเพดานการใช้รายเดือนรายตัว agent และคุมว่า agent ต่อ connector ตัวไหนได้บ้างผ่าน data policy (DLP) ทั้งหมดนี้ทำและติดตามที่ Power Platform admin center ส่วนสิทธิ์ใช้ premium connector ไม่ใช่สวิตช์ที่แอดมินเปิดเอง แต่ติดมากับแผนที่ซื้อ: แผน Copilot Studio for Teams ที่แถมมากับ Microsoft 365 บางแพ็กเกจใช้ไม่ได้ ต้องเป็น standalone subscription และแผน Teams ยังไม่มี generative orchestration ต่อได้แค่ environment แบบ Dataverse for Teams และ publish ได้เฉพาะช่องทาง Teams · เพิ่มอีกจุดที่เพิ่งเปลี่ยน: หลังสิ้นเดือนมิถุนายน 2026 แอป Copilot Studio ใน Teams สร้าง classic chatbot ไม่ได้แล้ว ระบบจะพาไปที่เว็บแอปแทน

ตัวอย่างจากบทสนทนาจริง

HR: "อยากให้บอทตอบคำถามพนักงานเรื่องสวัสดิการเองแทน HR ต้องจ้างโปรแกรมเมอร์มาเขียนไหม"

ทีม IT: "ไม่ต้องครับ ใช้ Copilot Studio สร้าง agent แบบลากวางได้เลย เอาไฟล์นโยบายสวัสดิการใส่เป็น knowledge source มันจะตอบคำถามพนักงานเองแบบ generative answer แต่ต้องเผื่องบไว้ด้วยนะครับ เพราะระบบคิดเป็น Copilot Credit ต่อการตอบแต่ละครั้ง generative answer ครั้งละ 2 เครดิต เดือนไหนคนถามเยอะ โควตาก็หมดเร็ว มีข้อยกเว้นอยู่: ถ้าพนักงานคนที่ถามมี license Microsoft 365 Copilot อยู่แล้วและ agent ทำงานด้วย identity ของเขา Microsoft ระบุว่าไม่คิดเครดิตเพิ่ม ภายใต้ fair usage limit ที่ Microsoft สงวนสิทธิ์ปรับได้ ดังนั้นต้องเช็กก่อนว่าคนที่จะใช้บอทถือ license อะไรอยู่"

ระวังสับสนกับ

  • microsoft-copilot : ตัวนั้นคือแชตบอตสำเร็จรูปที่พนักงานทั่วไปเปิดมาถามตอบได้ทันที ส่วน Copilot Studio คือ "โรงงาน" สำหรับสร้างหรือปรับแต่ง agent ของตัวเอง โดย agent ที่สร้างจาก Copilot Studio เอาไปต่อยอด Microsoft 365 Copilot ให้ตอบเรื่องเฉพาะขององค์กรได้ด้วย
  • github-copilot : ชื่อขึ้นต้นด้วย copilot เหมือนกันและเป็นของ Microsoft เหมือนกัน แต่ GitHub Copilot เป็นผู้ช่วยเขียนโค้ดสำหรับ developer โดยเฉพาะ ไม่เกี่ยวกับการสร้าง business agent แบบ Copilot Studio
  • power-automate : ใช้สร้าง automation workflow เชื่อมแอประหว่างกันเป็นหลัก ส่วน Copilot Studio สร้างตัว agent ที่ตัดสินใจเองได้ตาม instruction และบริบท ไม่ได้จำกัดแค่งานแชท: มี event trigger ให้ agent ทำงานเองโดยไม่ต้องรอคนพิมพ์ และมี agent flow ในตัวสำหรับงานที่เป็นลำดับขั้นตายตัว ซึ่งหน้าตาการสร้างคล้าย Power Automate ทั้งสองยังเรียกกันข้ามฝั่งได้ โดย agent เรียก Power Automate cloud flow ได้ และ cloud flow คิดเงินตาม license ของ Power Automate ไม่ใช่ Copilot Credit

ดูคำนี้ใน Knowledge Atlas →

■ ไม่อยากพลาดของใหม่

อ่านจบแล้วอยากตามเรื่อง AI แบบนี้ต่อทุกวัน เรามีสรุปข่าวภาษาไทยส่งทาง LINE ทุกเช้า กดเพิ่มเพื่อนไว้ได้เลย ไม่มีค่าใช้จ่าย

เพิ่มเพื่อนใน LINE →
QR เพิ่มเพื่อน LINE ของ TRAINIAC AIคอมพิวเตอร์สแกนด้วยมือถือได้เลย

Microsoft Agent 365Microsoft Graph