Dictionary · พื้นฐาน AI · 19 / 291

Natural Language Processing (NLP)

สาขาของ AI ที่ทำให้คอมพิวเตอร์อ่าน เข้าใจ และสร้างภาษามนุษย์ได้ เป็นรากฐานของระบบแปลภาษา แชทบอท และ AI ที่เราพิมพ์คุยด้วยทุกวัน

Natural Language Processing (NLP) หรือการประมวลผลภาษาธรรมชาติ คือสาขาหนึ่งของวิทยาการคอมพิวเตอร์และ ai ที่ทำให้คอมพิวเตอร์ตีความ จัดการ และเข้าใจภาษามนุษย์ได้ ทั้งข้อความและเสียงพูด คำว่า "ภาษาธรรมชาติ" หมายถึงภาษาที่คนใช้สื่อสารกันจริง อย่างไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น ซึ่งเต็มไปด้วยความกำกวม คำแสลง และการประชดประชัน ต่างจากภาษาโปรแกรมที่มีกฎตายตัว งานที่เราเห็นกันทุกวันล้วนเป็นงาน NLP ทั้งนั้น: การแปลภาษา (machine translation) การแปลงเสียงพูดเป็นข้อความ (speech-to-text) การวิเคราะห์ความรู้สึกจากรีวิวลูกค้า (sentiment analysis) การดึงชื่อคนหรือชื่อบริษัทออกจากเอกสาร (named entity recognition) ไปจนถึง chatbot ที่ตอบคำถามลูกค้า

วิธีการของ NLP เปลี่ยนมาแล้วสามยุคใหญ่ ยุคแรกตั้งแต่ทศวรรษ 1950 ถึงราวต้นทศวรรษ 1990 เป็นยุค rule-based คือผู้เชี่ยวชาญเขียนกฎไวยากรณ์ให้เครื่องทีละข้อ (ระบบดังของยุคนั้นเช่น ELIZA แชทบอทจากยุค 1960s) จากนั้นช่วงปลายทศวรรษ 1980 เป็นต้นมา machine-learning เข้ามาพลิกวงการ: ให้โมเดลเรียนรู้รูปแบบภาษาจากข้อมูลจริงแทนการเขียนกฎเอง ซึ่งรับมือกับประโยคแปลกๆ ที่ไม่เคยเจอได้ดีกว่ากฎแข็งๆ มาก และตั้งแต่ราวปี 2015 deep-learning กับ neural-network ก็เข้ามาแทนที่วิธีทางสถิติแบบเดิม จนถึงยุคปัจจุบันที่สถาปัตยกรรม transformer และกลไก attention-mechanism แบบ self-attention กลายเป็นหัวใจของ llm อย่าง chatgpt และ Claude · มองอีกมุม NLP ยุคใหม่คือการผสมสามศาสตร์เข้าด้วยกัน: computational linguistics (เข้าใจโครงสร้างภาษา) machine learning (เรียนรู้รูปแบบจากข้อมูล) และ deep learning (โมเดลโครงข่ายหลายชั้นที่จับความหมายตามบริบทได้) ซึ่งต่อยอดมาเป็น generative-ai ที่สร้างภาษาใหม่ได้เอง ไม่ใช่แค่อ่าน · แต่ต้องเข้าใจด้วยว่าสำนวนยากอย่างการประชดหรืออุปมายังเป็นโจทย์ที่โมเดลพลาดได้บ่อย ไม่ใช่เรื่องที่แก้จบแล้ว

สำหรับคนทำงานยุค AI คำนี้สำคัญเพราะมันคือชื่อ "สาขาแม่" ของเครื่องมือ AI ด้านภาษาแทบทุกตัวที่คุณใช้อยู่ ทุกครั้งที่สั่งให้ AI สรุปรายงานการประชุม ร่างอีเมล หรือคัดกรองข้อความร้องเรียน เบื้องหลังคืองานวิจัย NLP ที่สะสมมาหลายสิบปี การมองออกว่า "อะไรคืองาน NLP" ยังช่วยให้เลือกงานมา automate ได้แม่นขึ้น: งานที่ต้องอ่านหรือเขียนข้อความปริมาณมาก เช่น การปิดบังข้อมูลอ่อนไหวในเอกสาร (sensitive data redaction) หรือการวิเคราะห์เสียงลูกค้าจากหลายช่องทาง คือจุดที่เทคโนโลยีสายนี้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าทำได้ดี

ตัวอย่างจากบทสนทนาจริง

ฝ่ายการตลาด: อยากได้ระบบอ่านรีวิวลูกค้าหลักหมื่นข้อความแล้วสรุปว่าลูกค้าบ่นเรื่องอะไรบ้าง แบบนี้ต้องจ้างโปรแกรมเมอร์มานั่งเขียนเงื่อนไขดักคำว่า "แย่" "ห่วย" ทีละคำเลยหรือเปล่า

ทีม AI: ไม่ต้องแล้วครับ งานนี้คือ sentiment analysis ซึ่งเป็นงานคลาสสิกของ NLP · สมัยก่อนใช้วิธีเขียนกฎดักคำแบบนั้นจริง แต่ทุกวันนี้ใช้ model ที่เรียนรู้ภาษาจากข้อมูลจำนวนมากมาแล้ว จับบริบทได้ดีกว่าการดักคำเยอะ · อย่างเดียวที่ต้องเผื่อไว้คือประโยคประชดแบบ "ดีมากค่ะ รอของแค่สามอาทิตย์เอง" ซึ่งโมเดลอ่านพลาดได้อยู่ ควรสุ่มตรวจผลก่อนเอาไปใช้ตัดสินใจ

ระวังสับสนกับ

  • NLP (Neuro-Linguistic Programming): ตัวย่อเดียวกันแต่คนละโลก อันนั้นคือแนวทางพัฒนาตนเองด้านการสื่อสารที่ Richard Bandler กับ John Grinder เสนอไว้ตั้งแต่ปี 1975 และวงวิชาการจัดว่าเป็น pseudoscience · ไม่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์หรือ linguistics เลย เวลาเจอคำว่า NLP ในบริบท HR หรือ training ให้เช็กก่อนว่ากำลังพูดถึงตัวไหน
  • llm (Large Language Model): ไม่ใช่สิ่งที่มา "แทน" NLP แต่เป็นเครื่องมือยุคล่าสุดภายในสาขานี้ · NLP คือชื่อสาขาวิชาทั้งสาขา ส่วน LLM คือโมเดลตระกูลหนึ่งที่รวมงาน NLP หลายอย่างไว้ในตัวเดียว

ดูคำนี้ใน Knowledge Atlas →

■ ไม่อยากพลาดของใหม่

อ่านจบแล้วอยากตามเรื่อง AI แบบนี้ต่อทุกวัน เรามีสรุปข่าวภาษาไทยส่งทาง LINE ทุกเช้า กดเพิ่มเพื่อนไว้ได้เลย ไม่มีค่าใช้จ่าย

เพิ่มเพื่อนใน LINE →
QR เพิ่มเพื่อน LINE ของ TRAINIAC AIคอมพิวเตอร์สแกนด้วยมือถือได้เลย

Multimodal AINeural Network