Dictionary · โมเดลและผู้เล่นหลัก · 171 / 291

Dify

แพลตฟอร์ม open source สำหรับสร้างแอป AI แบบลากวางบล็อกบนหน้าจอ ทำ chatbot, agent และระบบถามตอบจากเอกสารได้โดยแทบไม่ต้องเขียนโค้ด

Dify คือแพลตฟอร์ม open source สำหรับสร้างแอปพลิเคชัน AI ที่ขับเคลื่อนด้วย llm โดยแทบไม่ต้องเขียนโค้ด เว็บทางการวางตำแหน่งตัวเองว่าเป็น "The Platform for Production-Ready Agentic Workflows" : แทนที่จะให้โปรแกรมเมอร์เขียนโค้ดเชื่อม model เข้ากับระบบต่างๆ เอง ผู้ใช้เปิดหน้าจอแบบ visual canvas แล้วลากบล็อกมาต่อกันเป็นเส้นทางการทำงาน เช่น รับคำถาม · ค้นเอกสาร · ให้โมเดลเรียบเรียงคำตอบ · ส่งผลลัพธ์กลับ ทุกขั้นตอนมองเห็นและปรับแก้ได้บนหน้าจอเดียว

ความสามารถหลักของ Dify มีสามก้อน ก้อนแรกคือ workflow studio สำหรับออกแบบลำดับงานด้วยการต่อบล็อกอย่างที่ว่า ก้อนที่สองคือ agent : ตัวช่วยที่คิดเป็นขั้นตอนและหยิบ tool มาใช้เองได้ โดยมีเครื่องมือในตัวมาให้กว่า 50 ตัว เช่น Google Search และ DALL·E ก้อนที่สามคือ knowledge pipeline สำหรับทำ rag : อัปโหลดไฟล์อย่าง PDF หรือ PPT แล้วระบบจัดการให้ตั้งแต่แยกข้อความ ทำดัชนี ไปจนถึงค้นคืนมาประกอบคำตอบ ด้านโมเดลรองรับ LLM หลายร้อยตัวจาก model-provider หลายสิบราย ทั้งตระกูล GPT, Mistral, Llama และมี marketplace รวมปลั๊กอิน เครื่องมือ แหล่งข้อมูล รวมถึง mcp integrations เมื่อประกอบเสร็จก็กดเผยแพร่เป็น web app หรือ api ได้ทันที พร้อมหน้าติดตาม log และสถิติการใช้งานสำหรับดูแลระบบระยะยาว (งานสายที่เรียกกันว่า LLMOps)

เหตุผลที่คนทำงานยุค AI ควรรู้จัก : Dify เป็นตัวแทนชัดเจนของคลื่น no-code-ai ที่ย้ายอำนาจการสร้างแอป AI จากทีม developer มาสู่คนหน้างานสาย citizen-developer เช่น ประกอบ chatbot ถามตอบจากเอกสารภายในองค์กรได้เองภายในวันเดียว และยังเลือกได้ว่าจะใช้แบบ cloud หรือติดตั้งในเครื่ององค์กรเองผ่าน Docker (Community Edition ใช้สัญญาอนุญาตแบบ open source ที่ต่อยอดจาก Apache 2.0) จึงตอบโจทย์องค์กรที่กังวลเรื่องข้อมูลรั่วไหล ความนิยมของโปรเจกต์สะท้อนจากดาวบน GitHub กว่า 150,000 ดวง และเว็บทางการระบุว่ามีทีมในองค์กรระดับโลกอย่าง Adobe, PayPal และ Volvo ใช้งาน

ตัวอย่างจากบทสนทนาจริง

ฝ่ายบุคคล: "อยากได้ bot ตอบคำถามสวัสดิการจากคู่มือพนักงาน ต้องเข้าคิวรอ IT เขียนโปรแกรมให้ใช่ไหม กลัวรอเป็นเดือน"

ทีม AI: "งานแบบนี้ไม่ต้องเขียนโปรแกรมแล้วครับ ใช้ Dify ได้เลย : อัปโหลดคู่มือ PDF เข้า knowledge base ให้ระบบทำ RAG แล้วลากบล็อกต่อ workflow บนหน้าจอ กดเผยแพร่ก็ได้ chatbot เป็น web app ให้พนักงานลองใช้ พอคู่มือเปลี่ยนก็แค่อัปโหลดไฟล์เวอร์ชันใหม่เข้าไปแทน"

ระวังสับสนกับ

  • n8n : เครื่องมือ workflow-automation สายเชื่อมแอปทั่วไป (อีเมล ฐานข้อมูล ระบบ SaaS) ที่เพิ่มความสามารถ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ flow ส่วน Dify ออกแบบมาเพื่อแอป LLM โดยเฉพาะ จึงมีของอย่าง RAG pipeline การจัดการ prompt และหน้าติดตามพฤติกรรมโมเดลมาให้ในตัว
  • langchain : framework สำหรับ developer เขียนโค้ดประกอบแอป LLM ด้วยตัวเอง ส่วน Dify เป็นแพลตฟอร์มสำเร็จรูปที่มีหน้าจอให้ลากวาง คนที่ไม่เขียนโค้ดก็สร้างแอปได้
  • copilot-studio : แพลตฟอร์มสร้างแอป/agent แบบ low-code เหมือนกัน ต่างกันที่ Dify เป็น open source self-host ได้ ส่วน Copilot Studio ผูกกับ Microsoft 365

ดูคำนี้ใน Knowledge Atlas →

Sources (2)

■ ไม่อยากพลาดของใหม่

อ่านจบแล้วอยากตามเรื่อง AI แบบนี้ต่อทุกวัน เรามีสรุปข่าวภาษาไทยส่งทาง LINE ทุกเช้า กดเพิ่มเพื่อนไว้ได้เลย ไม่มีค่าใช้จ่าย

เพิ่มเพื่อนใน LINE →
QR เพิ่มเพื่อน LINE ของ TRAINIAC AIคอมพิวเตอร์สแกนด้วยมือถือได้เลย

DeepSeekElevenLabs